เครือข่ายผู้หญิง3จว.ใต้ รณรงค์ วันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล
เครือข่ายผู้หญิง3จว.ใต้ / เมื่อวันที่ 21 พ.ย. เครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ และชมรมผู้นำมุสลิมะฮ์นราธิวาส จัดกิจกรรมเวทีสาธารณะ “ผู้หญิงส่งเสียงให้ดัง ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กในพื้นที่ชายแดนใต้ หน่วยงานภาครัฐ ศาสนา และประชาสังคม ต้องทำงานร่วมกัน”
เนื่องในโอกาส วันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล ประจำปี 2561 ที่โรงแรมอิมพีเรียลนราธิวาส โดยมี กลุ่มสตรี เยาวชน ผู้นำศาสนา หน่วยงานภาครัฐ จำนวน 350 คนจาก 3 จังหวัดชายแดนใต้ มีกิจกรรม การเดินรณรงค์ “เราไม่ทำร้ายผู้หญิง” ในตลาดเขต เทศบาลเมืองนราธิวาส เพื่อชักชวนประชาชนเลิกยอมรับวัฒนธรรมการใช้ความรุนแรงในครอบครัว
โดยมี นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (พม.) เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ และองค์การอ็อกแฟม ร่วมเดินรณรงค์ เพื่อแสดงจุดยืนร่วมกันด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินรณรงค์ “เราไม่ทำร้ายผู้หญิง” ครั้งนี้ ได้สวมเสื้อและถือร่มสีส้ม เพื่อเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านความรุนแรง สอดคล้องกับธีมงานวันยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรีสากล ของสหประชาชาติ ที่ใช้สีส้มเป็นสัญญลักษณ์ เพื่อสื่อถึงความปรารถนาให้ผู้หญิงมีความสุขสดใสมากกว่าเดิม
นางรอซิดะห์ ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพจังหวัดชายแดนใต้ เปิดเผยว่าเครือข่ายผู้หญิงฯ ร่วมกับชมรมผู้นำมุสลิมะฮ์ โดยการสนับสนุนจากคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส เปิดศูนย์ให้คำปรึกษา เสริมพลังผู้หญิงที่สำนักงานคณะกรรมการอิสลามนราธิวาส เพื่อให้คำปรึกษาทางด้านจิตใจและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่สตรีที่ประสบปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม 2561
พบว่ามีผู้หญิงที่ประสบปัญหาในครอบครัว เข้ามาฟ้องหย่าหรือขอความเป็นธรรมในเรื่องค่าเลี้ยงดูเป็นจำนวนมากถึง 250 ราย ในจำนวนนี้มีผู้หญิงที่ถูกทำร้ายร่างกายจำนวน 72 ราย (29เปอร์เซ็นต์) สามารถไกล่เกลี่ยยุติปัญหาได้เพียง 65 ราย และไม่สามารถยุติปัญหาได้ 187 ราย มีการส่งต่อเคสเพื่อเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองทางกฎหมายเพียง 6 ราย
สำหรับรูปแบบความรุนแรง มีลักษณะ การทอดทิ้งไม่ได้รับค่าเลี้ยงดู ถูกทำร้ายร่างกาย และสามีจำนวนมากมีการใช้สารเสพติด จำนวน 88 ราย นอกจากนี้ในพื้นที่ ยังมีเหตุกระทำความรุนแรงต่อเด็กหญิงเป็นข่าวใหญ่ระดับประเทศหลายเรื่อง เช่น การแต่งงานในเด็กที่ จ.นราธิวาส คดีพ่อข่มขืนลูก ที่ จ.ยะลา เป็นต้น
ส่วนสาเหตุรากลึกของปัญหาความรุนแรงในครอบครัว คือวัฒนธรรมความคิดความเชื่อ ที่ว่าความรุนแรงเป็นเรื่องส่วนตัวของคนในครอบครัว ซึ่งเป็นความคิดที่ไม่ถูกต้อง ทั้งตามหลักศาสนาและหลักกฎหมาย
นอกจากนี้ในงานยังมีการกล่าวปาฐกถาได้รับเกียรติจากนายซาฟีอีน เจ๊ะเลาะ ประธานคณะกรรมการอิสลามจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงบทบาทของผู้หญิงกับการทำงานเพื่อสังคม และนางพาตีเมาะ สะดียามู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวถึงทิศทางความร่วมมือกับภาคประชาสังคม เพื่อลดความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก
การอภิปราย “ความรุนแรงในครอบครัวปัญหาใต้พรม: ชายหญิง ทุกฝ่าย ต้องช่วยกันยุติ” ผู้แทนรัฐ นางกนกรัตน์ เกื้อกิจ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (พม.) ผู้แทนสตรี นางรอซิดะห์ ปูซู ประธานเครือข่ายผู้หญิงยุติความรุนแรงแสวงสันติภาพ 3 จังหวัดชายแดน ผู้แทนศาสนา นายอับดุลอาซิซ เจ๊ะมามะ กรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย นักวิชาการ ผศ.ดร.กัลยา ดาราหะ อดีตหัวหน้าสาขาสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มอ.ปัตตานี ผู้แทนผู้ประสบปัญหาความรุนแรง น.ส.วรรณนูร์รัยนา สะมะแอ ดำเนินรายการโดย นางสาวสุนิตา มินซาร์ ผู้ช่วยประชาสัมพันธ์ จ.นราธิวาส
และได้มีการเชิญชวนบริจาค จัดตั้ง “กองทุนยุติความรุนแรงเพื่อเด็กและสตรี” เพื่อเป็นกองทุนช่วยเหลือ เด็ก สตรี ที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัว และการล่วงละเมิดทางเพศ
ทั้งนี้การจัดกิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือ โครงการพัฒนาศักยภาพเครือข่ายผู้หญิง เพื่อสร้างความร่วมมือกับคณะกรรมการอิสลามจังหวัดและองค์กรภาครัฐ เพื่อลดความรุนแรงต่อสตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ โครงการวาว(VAW) สนับสนุนโดยสหภาพยุโรป องค์การอ็อกแฟม และสมาคมนักสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย