เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากปัญหาน้ำป่าหลากท่วมพื้นที่ อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยพบว่าที่บริเวณชายหาดบ้านกรูด ต.ธงชัย อ.บางสะพาน ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของ จ.ประจวบคีรีขันธ์ พบว่าน้ำป่าพัดถล่มจนได้รับความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง ถนนเลียบชายหาดบ้านกรูดพังเสียหายเป็นแนวยาวกว่า 1 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่แขวงทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ได้เร่งเคลียร์ถนนจนสามารถเปิดการจราจรได้แล้ว พร้อมทั้งนำต้นสนต้นมะพร้าวที่หักโค่นถอนรากถอนโคน ริมชายหาดออก เพื่อให้สัญจรได้สะดวกมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังพบว่ามีรีสอร์ท ที่พัก บังกะโล ร้านอาหาร และบ้านเรือนประชาชนถังน้ำป่าพัดทำลายจนเสียหายอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ชาวบ้านบางส่วนเข้าเคลียร์พื้นที่ได้บ้างแล้ว เบื้องต้นมูลค่าความเสียหายจากภัยน้ำป่าครั้งนี้กว่า 100 ล้านบาท และคงต้องใช้เวลาอีกนานนับปีกว่าจะฟื้นฟูสิ่งปลูกสร้าง ทั้งถนน และรีสอร์ท ร้านอาหารต่างๆ ให้กลับมาเหมือนเดิมได้ ซึ่งในช่วงเช้าวันนี้พบว่ายังคงมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศบางส่วนออกมาใช้ชีวิตตามปกติ ทั้งวิ่งออกกำลังกาย ปั่นจักรยานและเดินเล่นริมชายหาด แต่เมื่อมาเห็นสภาพถนนและชายหาดที่พังเสียหาย นักท่องเที่ยวต่างบันทึกภาพเก็บไว้และมีสีหน้าเสียดายกับสิ่งที่สูญเสียไปกับน้ำป่าเป็นอย่างยิ่ง
นายเลื่อน ศรีสวัสดิ์ วัย 85 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ต.ธงชัย อ.บางสะพาน กล่าวว่า ตนปลูกบ้านอยู่กับครอบครัวริมถนนเลียบชายหาดบ้านกรูด ติดกับรีสอร์ทดัง บ้านกรูดอคาเดีย ซึ่งโชคดีที่รีสอร์ทดังกล่าวไม่ได้รับความเสียหายทำให้ยังมีนักท่องเที่ยวเข้าพักได้ รวมถึงรีสอร์ทที่อยู่ใกล้เคียงด้วย ยกเว้นรีสอร์ทที่ตั้งอยู่บนเส้นทางน้ำป่าหลากลงมาเมื่อวันที่ 9 ม.ค. ซึ่งจะได้รับความเสียหายทั้งหมด
ครั้งนี้น้ำป่ารุนแรงมาก แต่ตนเชื่อว่าหากมีน้ำป่าครั้งหน้าจะรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมอีก เพราะน้ำป่าเทกระหน่ำลงมาตามเส้นทางน้ำ แต่ปัจจุบันคือรีสอร์ทโรงแรมที่พักตลอดแนวชายหาด เมื่อน้ำป่าไหลบ่ามาถึงเจอกับกำแพง ก็เปลี่ยนทิศทาง ไปทั่วทำให้เกิดความรุนแรงก่อนจะพัดพาสิ่งที่กีดขวางทางให้ไหลลงสู่ทะเลทั้งหมด เสียหายกันหนักมาก เจอน้ำท่วมหลายครั้งแล้ว ไม่รู้ว่าจะแก้ไขกันอย่างไรคงต้องยอมรับสภาพและอยู่กับมันให้ได้ แค่โชคดีที่ไม่เป็นบาดเจ็บหรือตายจากน้ำป่าก็พอแล้ว




