เถื่อน! ไฟแนนซ์ ยึดรถ รุมทำร้ายไม่สนเด็ก นักการเมืองขู่ห้ามแจ้งความ

ไฟแนนซ์ ยึดรถ

เถื่อน! ไฟแนนซ์ ยึดรถ รุมทำร้ายไม่สนเด็ก นักการเมืองขู่ห้ามแจ้งความ

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. กรณีที่คุณ “Watcharin Detsri” ได้โพสต์คลิป เป็นเหตุการณ์ ที่กลุ่มชายฉกรรจ์ 7-8 คนอ้างว่าเป็นพนักงานจากบริษัท ไฟแนนซ์ หลายคนรุมทำร้ายชายคนหนึ่ง เพื่อที่จะ ยึดรถ ของชายที่ถูกรุมทำร้าย ต่อหน้าภรรยา แม่และลูกวัย 1 ขวบ พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์พฤติกรรมของชายฉกรรจ์กลุ่มดังกล่าว ก่อนที่ชายเหล่านั้นจะพากันรุมล็อคคอ และกระชากตัวชายเจ้าของรถให้ลงจากรถ โดยภรรยาของชายเจ้าของรถบันทึกคลิปเหตุการณ์ไว้ตลอด

นายวัชรินทร์ เดชศรี อายุ 34 ปี เจ้าของโพสต์ อาชีพทำสวน ต.เขาเขน อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ เปิดเผยกับ “ข่าวสดออนไลน์” ว่า เป็นเจ้าของรถที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา ขณะที่ตนขับรถกระบะยี่ห้อโตโยต้า ตอนเดียว สีขาว หมายเลขทะเบียน บฉ 6258 พังงา พาภรรยา ลูกชายวัยขวบเศษ และแม่ มาซื้อของที่ห้างโลตัส ในตัวเมืองกระบี่

ขณะกำลังนำรถจะเข้าจอดที่ลานจอดรถของห้าง ก็มีรถมาจอดปิดหัวปิดท้าย ล้อมรอบรถตนประมาณ 4 คัน จากนั้นมีกลุ่มชายฉกรรจ์ ลงมาล้อมรถตนไว้ ตนไม่ทราบว่าเป็นใคร จึงเกิดการพูดจาโต้เถียงกันขึ้น ชายคนหนึ่งในกลุ่มก็บอกว่าจะมายึดรถ จากนั้นมีชายคนหนึ่ง เชื่อว่าน่าจะเป็นหัวหน้าทีม เดินเข้ามาพูดจาต่อว่าบอกว่าตนหาเรื่องลูกน้องของชายคนดังกล่าวและผลักตน ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน มีคนเข้ามาล็อคคอแล้วแย่งดึงกุญแจรถ

ระหว่างชุลมุนตนรู้สึกว่ามีมือมาชกเข้าที่ใบหน้า 2-3 ครั้ง จนตนได้รับบาดเจ็บ จากนั้นชายกลุ่มดังกล่าวก็ กระจายกันออกไป โดยยึดกุญแจรถของตนไปด้วย ท่ามกลางความตกตะลึงของ คนในครอบครัว จากนั้นก็ได้แจ้งญาติช่วยกันนำส่งโรงพยาบาล รักษาตัวอยู่หลายวัน เนื่องจากคอเคล็ด และช้ำตามตัว

นายวัชรินทร์ เล่าอีกว่า หลังออกจาก รพ.ตนจึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ ก่อนที่กลุ่มชายฉกรรจ์ จะยอมนำกุญแจมาคืนให้ แล้วบอกว่าจะไม่ยึดรถตนแล้ว ให้เรื่องจบๆ ไปก่อน แต่ตนยอมรับพฤติกรรมดังกล่าวไม่ได้ จึงเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองกระบี่

จนถึงตอนนี้คดีก็ยังไม่คืบหน้า เพราะก่อนนี้มีคนเป็นนักการเมืองท้องถิ่นคนหนึ่งพยายามจะติดต่อมาขอให้ตนถอนแจ้งความ ไม่เอาเรื่องกับกลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าว

นายวัชรินทร์ เล่าให้ฟังอีกว่า ตนยอมรับว่ารถตนขาดการผ่อนชำระจริง เนื่องจากรายได้ในช่วงหลังไม่เพียงพอ จนกระทั่งบริษัทฟ้องศาลและศาลสั่งให้ตนชำระยอดเงินที่ค้างอยู่ประมาณ 5 แสนบาทเศษ หากไม่สามารถชำระได้ ก็ให้คืนรถให้ทางบริษัท หลังจากนั้นประมาณเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา ตนก็พยายามเจรจาไกล่เกลี่ยกับบริษัท เนื่องจากตนจำเป็นต้องใช้รถในการทำงาน โดยรับปากว่าจะเร่งหาเงินจำนวน 5 แสนบาทเศษ มาจ่ายให้ทางบริษัทภายใน 3 เดือน

ตอนนี้ตนใกล้จะได้เงินครบแล้ว ซึ่งหากทางบริษัทแจ้งให้ทราบว่าจะต้องยึดรถ แล้วพนักงานมาแสดงตัวให้ชัดเจน พูดจากันดีๆ ตนเองก็ยอมรับ แต่กลับแสดงพฤติกรรมที่ป่าเถื่อนรุนแรง จึงเห็นว่าไม่เหมาะสม อยากให้ตำรวจเร่งทำคดีนี้ให้ด้วย

ด้านนางสุภาพรรณ สุหญ่า อายุ 27 ปี ภรรยาของนายวัชรินทร์ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ และเป็นผู้บันทึกคลิป เล่าให้ฟังด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตนและลูกตกใจมาก เพราะกลุ่มชายดังกล่าวมาแบบไม่ทันตั้งตัว แล้วมาโต้เถียงกันอยู่สักพัก จากนั้นตนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาบันทึกเหตุการณ์ไว้ พอคุยกันไม่ลงตัว ชายคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าทีม เดินเข้ามา ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ชุลมุน กลุ่มชายดังกล่าวเข้ามาล็อคคอสามี

บทความก่อนหน้านี้‘กฤษฎา’ สั่งตรวจอุดรูรั่วข้าวโพดหลังนา หวั่นซ้ำรอยล้มเหลว
บทความถัดไปตร.เตรียมคอก พร้อมดูแล ‘ควายยิ้ม’ เป็นของกลางคดี ชงปปง.สอบเส้นทางเงิน