Khaosod
Online

วันอังคาร ที่ 11 ส.ค. 2563

ขออยู่ใช้กรรมให้หมดสิ้น! เปิดตำนาน "ม่อนอังเกตุ" ชวนสัมผัสหนาว-ชมวิว360องศา

3 ธ.ค. 2561 - 12:31 น.

เปิดตำนาน ดอยม่อนอังเกตุ จ.เชียงใหม่ เผยขอพรศาล "แม่นางอังเกตุ" มักสัมฤทธิ์ผล ชวนนักท่องเที่ยวขึ้นดอยกางเต็นท์ สัมผัสอากาศหนาว ชมแสงพระอาทิตย์ยามเช้า วิว 360 องศา และสัมผัสวิถีชีวิตชาวบ้าน

เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. นายบุญฤทธิ์ รังษี ประธานชมรมคนรักษ์ป่าเชียงใหม่ 4x4 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว ดอยม่อนอังเกตุ ซึ่งสถานที่แห่งนี้ มีความสูง 1,840 เมตรจากระดับน้ำทะเล วิวสวยๆบนยอดดอย สามารถชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น และพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงาม นอกจากนี้ ยังสามารถมองวิวสวยงามได้ได้ 360 องศาฯ ซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดของยอดดอยม่อนอังเกตุ

บนยอดดอยม่อนอังเกตุ ยังมองเห็นหมู่บ้านชาวเขาเผ่าลีซอ และเผ่ากะเหรี่ยง ผืนป่าฝั่ง อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน อ.แม่แจ่ม, อ.แม่แตง, ห้วยจ้อ, ห้วยน้ำดัง, ดอยหลวงเชียงดาว และดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ที่สำคัญที่ม่อนอังเกตุ จะมีทะเลหมอกให้ชมตลอดในช่วงฤดูหนาวท่ามกลางทิวสนในฤดูหนาวยามเช้า

ทั้งนี้ ก่อนถึงยอดดอยยังมีพื้นที่ป่าสนให้นอนกางเต็นท์ชมดาวบนดินในช่วงกลางคืน และมีห้องน้ำบริการให้นักท่องเที่ยวด้วย แนะนำนักท่องเที่ยวหากขึ้นไปกางเต็นท์ขอให้นำผ้าใบไปทำหลังคาในการทำกิจกรรมต่างๆ เพราะยอดดอยแห่งนี้เมื่อเกิดเมฆลอยมา จะมีเม็ดฝนตกลงมาเป็นช่วงๆ

โดยจุดกางเต็นท์จะอยู่ใกล้บริเวณหน่วยจัดการต้นน้ำ (ดงสน) อยู่ห่างจากยอดดอยม่อนอังเกตุประมาณ 2 กิโลเมตร ซึ่งลานกางเต็นท์แห่งนี้มีความงดงาม ร่มรื่นของป่าสนอายุหลายสิบปี

สำหรับดอยม่อนอังเกตุ อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสะเมิง พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าสะเมิง อยู่ในท้องที่ ต.ยั้งเมิน ต.แม่สาบ และ ต.สะเมิงเหนือ อ.สะเมิง จุดชมวิวดอยม่อนเกตุถือว่ามีความสงยงามมากอีกแห่งหนึ่งของ จ.เชียงใหม่

จากเรื่องเล่าสืบต่อกันมา ประวัติดอยม่อนอังเกตุ คือ มีแม่นางท่านหนึ่ง นามว่า "อังเกตุ" เป็นหญิงชั้นสูงในวัง มีพระบิดาเป็น "พ่อพญา" ที่มีนิสัยชอบทำลายต่อหลวง หรือ "พญาต่อ" จึงเป็นศัตรูกันมาตลอด ต่อหลวงพอรู้ว่าพ่อพญารักแม่นางอังเกตุ ลูกสาวคนนี้มาก จึงคิดอุบายคาบแม่นางออกจากวัง นำมาทิ้งไว้ที่ม่อนแห่งนี้

พ่อพญาออกตามหาจนเจอ หมายจะรับลูกสาวกลับเวียงวัง แต่แม่นางไม่ยอมกลับ นางอังเกตุบอกว่า จะขออยู่ใช้กรรมให้หมดสิ้นบนนี้ พ่อพญาจึงจัดส่งช้าง เสือ แม่นม และองครักษ์คู่ใจมาดูแล สุดท้ายแม่นางกำชับว่าหากสิ้นบุญแล้วก็ให้ฝังร่างของนางไว้ที่นี่

เมื่อถึงคราวสิ้นบุญ ร่างของแม่นางจึงถูกฝังไว้บนม่อนแห่งนี้ตามปรารถนา ชาวบ้านท้องถิ่นจึงได้นำชื่อของแม่นางอังเกตุ มาตั้งเป็นชื่อม่อน นามว่า "ม่อนอังเกตุ" พร้อมกันนั้นก็ได้สร้างศาลเจ้าแม่อังเกตุ ไว้เพื่อเป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านตราบจนกระทั่งปัจจุบัน และหากท่านใดมาขอพรที่ศาลมักสัมฤทธิ์ผล

ส่วนการเดินทางไปยอดดอยม่อนอังเกตุ ออกจากตัวเมืองเชียงใหม่ ไปตามถนนหลวงหมายเลข 107 (เชียงใหม่-ฝาง) ประมาณ 37 กิโลเมตร ถึงตลาดแม่มาลัยให้เลี้ยวซ้ายไปตามทางหลวงหมายเลข 1095 ประมาณ 30 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกทางไปเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าปางขุม จากนั้นจะเป็นเส้นทางเข้าหมู่บ้าน มีถนนที่พัฒนากว้างขึ้นแล้ว แต่บางช่วงก็ยังมีถนนลูกรังบางช่วงลาดชันไปจนถึงดอยม่อนอังเกตุรวมระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร

ในช่วงการเดินทาง สองข้างทางจะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวบ้านในการประกอบอาชีพทางการเกษตร หลังจากฤดูทำนา เก็บเกี่ยวข้างแล้วก็จะมีการปลูกหอมกระเทียมและพื้นผักตาอื่นๆ และที่ขึ้นชื่อคือ สวนสตรอเบอรี่ ชาวบ้านที่นี้จะปลูกจำนวนมาก ส่งขายทั่วประเทศอีกด้วย วันว่างๆหาโอกาศเดินทางไปเที่ยวกัน "ดอยม่อนอังเกตุ วิวสวย 360 องศาฯ"

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด


ข่าวเด่นประจำวัน













ภาพที่



อัลบั้มภาพ ขออยู่ใช้กรรมให้หมดสิ้น! เปิดตำนาน "ม่อนอังเกตุ" ชวนสัมผัสหนาว-ชมวิว360องศา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง