ดูหนังแล้วคึก! อดีตผู้รักษาประตูทีมดัง เลียนแบบหนัง ปีนฝ้า ปล้นทอง 200 บาท

ปล้นทอง 200 บาท

รวบแล้วโจร ปล้นทอง 200 บาท ที่แท้เป็นอดีตผู้รักษาประตูทีมน่านเอฟซี แต่ตกอับ ไม่ม่งานทำ ดูหนังโจรกรรมแล้วคึก วางแผนปล้นร้านทอง ก่อนเจาะฝ้าฉกทองกว่า 6.5 ล้านบาท หนีลอยนวล ตร.ตามจับตัวได้ที่บ้านเมียในจ.น่าน

ปล้นทอง 200 บาท / เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ จับกุมตัว นายนนทกร ขาวพราย หรือ เข้ อายุ 27 ปี อดีตผู้รักษาประตูทีมน่านเอฟซี เมื่อปี 2558 มาสอบสวน

โดยนายนนทกรมีหมายจับคดีลักรถยนต์ และเป็นผู้ต้องหาคดีขโมยทองคำน้ำหนักกว่า 200 บาท ทั้งทองคำหนัก 2 สลึง จำนวน 200 เส้น ทองคำหนัก 1 สลึง 138 เส้น และทองคำรูปพรรณที่หลุดจำนำอีกหลายรายการ น้ำหนักรวม 200 บาท มูลค่ากว่า 6,530,000 บาท จากร้านทองทวีชัย 4 ในตลาดสะพานดำ อ.เมือง จ.นครสวรรค์ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 4 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามจับกุม

เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบทราบว่า นายนนทกรหายตัวไปตั้งแต่หลังเกิดเหตุร้านทองถูกงัด และหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านภรรยาในพื้นที่ จ.น่าน ทางเจ้าหน้าที่จึงนำหมายจับในคดีลักรถจักรยานยนต์เดินทางไปเฝ้าประกบก่อนจะจับกุมตัวเอาไว้ได้ในที่สุด ซึ่งจากการตรวจสอบคนร้าย พบทองรูปพรรณจำนวนหนึ่งด้วย

ทั้งนี้ จากการสอบปากคำ นายนนทกร ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุคนเดียว โดยมาเฝ้าดูลาดเลาที่ร้านทองทุกวันนานกว่า 1 สัปดาห์ จนกระทั่งเตรียมพร้อมจะลงมือ จึงไปซื้อแม่กุญแจที่เหมือนกับของร้านทอง ซึ่งปิดล็อกอยู่ที่ประตูหลังบ้าน มาสับเปลี่ยน โดยรอจังหวะใกล้จะปิดร้าน แล้วจึงนำกุญแจที่ซื้อมาปิดล็อกให้แทนก่อน

จากนั้นจึงรอให้ถึงช่วงกลางดึก จึงบุกเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว เมื่อได้ทองมาแล้ว จึงนำทองที่ได้มาส่วนหนึ่งนำไปเก็บไว้ที่บ้านพัก บริเวณด้านหลังสนามกีฬากลางนครสวรรค์ เขตเทศบาลนครนครสวรรค์

ส่วนทองอีกส่วนหนึ่ง นำติดตัวไปโดยขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดไว้ที่ศูนย์ท่ารถนครสวรรค์ ก่อนจะขึ้นรถโดยสารเดินทางนำทองคำไปตระเวนขายในพื้นที่ จ.แพร่ และจ.น่าน ได้เงินมาจำนวน 300,000 บาท และไปพักบ้านญาติจนถูกจับกุม

นายนนทกร กล่าวต่อว่า การก่อเหตุครั้งนี้เป็นเพราะเพิ่งตกงาน โดยเมื่อก่อนเคยเป็นผู้รักษาประตูทีมน่านเอฟซี แล้วผันตัวมาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ไฟแนนซ์ให้กับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่ถูกไล่ออก เนื่องจากตนตกเป็นผู้ต้องหาในคดีลักรถ จึงไม่มีงานอะไรทำ

“ที่ผ่านมา ดูหนังเกี่ยวกับการโจรกรรมมาหลายเรื่อง จึงทำให้มีความคิดเลียนแบบหนังเหล่านี้แล้วนำไปก่อเหตุ และทำได้จริง ผมมองว่าเจ้าของร้านเป็นคนไม่ค่อยระวัง จึงทำให้ผมเข้าไปก่อเหตุได้ง่าย ซึ่งก่อนหน้าที่จะเข้าไปก่อเหตุดังกล่าว มีความคิดที่จะปล้นรถขนเงินด้วยซ้ำ แต่ไม่มีรถยนต์ใช้ในการหลบหนี จึงเลือกก่อเหตุกับร้านทองแทน” นายนนทกร กล่าว

อย่างไรก็ตาม หลังการสอบปากคำ ทางเจ้าหน้าที่นำตัวนายนนทกรเดินทางไปที่บ้านพัก ที่ตัวผู้ต้องหาให้การว่า นำทองส่วนหนึ่งไปซุกซ่อนไว้ พบทองรูปพรรณบรรจุอยู่ในถุงพลาสติกแบบหูหิ้ว จึงยึดเอาไว้ตรวจสอบ

จากนั้นจึงพาตัวไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพยังจุดเส้นทางหลบหนี และร้านทองที่ก่อเหตุก่อนจะแถลงข่าว แล้วจึงส่งตัวให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งขณะนี้มีรายงานว่าทางเจ้าหน้าที่สามารถรวบรวมทองคืนมาได้ประมาณเกือบ 90 เปอร์เซ็นแล้ว

ด้าน พล.ต.ต.ดำรงค์ เพ็ชรพงศ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ กล่าวว่า คนร้ายวางแผนที่จะเข้าลักทรัพย์ที่ร้านทองดังกล่าว โดยเข้ามาดูลาดเลา และรายละเอียดพฤติกรรมของร้านทอง โดยใช้เวลานานเกือบ 1 เดือน ถึงจะลงมือ โดยในวันที่เกิดเหตุการณ์คืนวันที่ 4 ธ.ค. ตอนเย็น หลังจากที่แม่บ้าน ซึ่งเป็นพนักงานในร้านเดินออกหลังร้านโดยมีลูกกุญแจคล้องไว้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

เมื่อแม่บ้านออกไปแล้วจึงนำลูกกุญแจของตน ซึ่งเตรียมมาไว้แทน ก่อนที่เจ้าของร้านจะปิดร้านทอง จนถึงเวลากลางคืนตนจึงกลับมาไขกุญแจเข้าไปในร้าน แล้วปีนฝ้าข้ามไปด้านหน้าร้านเพื่อฉกทองหลบหนี

คนร้ายยังนำฮาร์ดดิสก์ที่ใช้เก็บภาพจากกล้องวงจรปิดติดตัวไปด้วย ก่อนทำลายทิ้งบริเวณโอ่งน้ำในตลาดใกล้กับร้านทอง แล้วจึงกลับมาที่บ้าน พร้อมทั้งนำทองบางส่วนใส่ถุงไปเก็บไว้ที่บ้านพักส่วนตัว ในพื้นที่ตำบลวัดไทร และนำทองคำบางส่วนขึ้นรถโดยสารไปขาย

ภาพบางส่วนจาก เชียงใหม่นิวส์

บทความก่อนหน้านี้เปิดดวงคนเกิด 3 วันนี้ ชีวิตผ่านโลกาวินาศ ปีหน้าสุดเฮง แนะวิธีแก้เคล็ด
บทความถัดไปเปิดอีกคลิป ผัวเก่า เกียร์อาร์ คลั่ง! ถอยกระบะ ชนเละ เก๋งแจ๊ส หลังเห็น ภาพบาดใจ