นักวิจัยเสือโคร่ง แจงดราม่าใส่ปลอกคอขนาดใหญ่ ไม่กระทบการใช้ชีวิตเสือ

เสือ – นักวิจัยโครงการโผล่แจง ดราม่าติดปลอกคอใหญ่ใส่เสือ แทนการฝังชิพ แจงน้ำหนักเบามาก และไม่ได้กระทบต่อการดำรงชีวิตของเสือ แต่อย่างใด

เสือ – จากกรณีแฟนเพจเฟซบุ๊ก Thailand Tiger Project ของสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เผยแพร่คลิปครอบครัวเสือโคร่ง

โดยภาพที่เห็นในคลิปคือ เครื่องหมายที่นักวิจัยใช้ติดตามเสือโคร่ง ซึ่งติดอยู่ที่คอนั้นมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เมื่อเทียบกับขนาดลำคอของเสือโคร่ง จึงมีแฟนเพจตั้งคำถามว่า เหตุใดต้องติดปลอกคอใหญ่ขนาดนั้น ทำไมไม่ใช้วิธีฝังชิป เพราะการติดปลอกคอใหญ่ อาจทำให้เสือเกิดความไม่สะดวกในการใช้ชีวิตประจำวัน

 

สัตว์ป่าเป็นสุข

26 ธันวาคม วันคุ้มครองสัตว์ป่าแห่งชาติการศึกษาวิจัย เป็นแนวทางหนึ่งที่จะทำให้คน เข้าใจ สัตว์ป่ามากขึ้นสามารถช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับสัตว์ป่ารวมถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างสัตว์ป่าและมนุษย์เพื่อให้"สังคมอยู่เย็น สัตว์ป่าเป็นสุข"อาหารมื้อใหญ่ของเสือโคร่งครอบครัวนี้บอกเราได้ว่า เสือโคร่งที่มีปลอกคอสามารถล่าสัตว์ขนาดใหญ่อย่างวัวแดงได้สามารถขยายพันธุ์เพื่อเพิ่มพูนประชากรเสือโคร่งให้ธรรมชาติได้#สัตว์ป่าเป็นสุข

โพสต์โดย Thailand Tiger Project เมื่อ วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม 2018

โดยนักวิจัยโครงการ เข้ามาตอบข้อข้องใจดังนี้

ปลอกคอจะอยู่ที่คอเสือประมาณ 1 ปี เสือที่ใส่ปลอกคอเป็นเสือที่โตเต็มที่แล้ว ในระยะเวลา 1 ปี ร่างกายจึงไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก น้ำหนักปลอกคอเมื่อเปรียบเทียบกับน้ำหนักตัวของเสือ เท่ากับ 1% เท่านั้น จึงไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของเสือ

ส่วนการฝังชิฟ คุณสมบัติของชิพและปลอกคอแตกต่างกัน และจากการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง ไม่พบปลอกคอเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินชีวิตของสัตว์ป่า ทั้งในไทยและต่างประเทศ ส่วนสารคดีนั้นเป็นการถ่ายทำในช่วงสั้นๆ ข้อมูลที่นำเสนอจึงแตกต่างจากการศึกษาวิจัย

บทความก่อนหน้านี้มีตัวละครเพิ่ม! ตร.หิ้วหนุ่มสอบ ปม น้องต้าแง ดับในไร่อ้อย หลังมีคนเห็นก่อนหายตัว
บทความถัดไปบุกจับร้านเหล้า ชื่อดังเชียงใหม่ ปล่อยเด็ก อายุต่ำกว่า20 ใช้บริการเพียบ!