6 ล้อ ซิ่งฝ่าด่านควันดำ ชนดะ 8คันรวด ลากจยย.ตราโล่ จนไฟลุก ตร.ยิงสกัด คนขับรีบหนี
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. ขณะที่ ด.ต.วาทิต บุญทาวงษา ผบ.หมู่ (จร.) สน.ทุ่งสองห้อง พร้อมด้วย ส.ต.อ.อานนท์ เหมมะณี ตำรวจจราจร สน.ทุ่งสองห้อง ปฎิบัติหน้าที่กวดขันวินัยจราจร อยู่ที่บริเวณแยกหลักสี่-แจ้งวัฒนะ ขณะนั้นพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีขาว หมายเลขทะเบียน 83 – 9537 สมุทรปราการ ขับผ่านมา จึงเรียกให้หยุดรถเพื่อตรวจสอบ แต่ปรากฏว่า คนขับได้พยายามขับหลบหนี
ส.ต.อ.อานนท์ จึงขี่รถจยย. ไล่ติดตามจนมาถึงบริเวณด้านหน้าศาลปกครอง ถ.แจ้งวัฒนะ โดยนำรถ จยย.จอดขวางหน้ารถ 6 ล้อคันดังกล่าว ก่อนไปเรียกคนขับเพื่อขอตรวจสอบ โดยคนขับรถได้ลดกระจกลงมาพูดคุยด้วยสักครู่ ก่อนที่จะขับออกไปโดยไม่ทราบสาเหตุ และได้ขับชนรถจยย.ตราโล่ ทะเบียน 65578 ที่จอดขวางไว้อยู่ที่ด้านหน้าฝั่งคนขับ และลากติดไปกับรถบรรทุกวิ่งข้ามสะพานข้ามคลองประปา จนเกิดเพลิงลุกไหม้ได้รับความเสียหาย
ในระหว่างที่หลบหนีได้เฉี่ยวรถของประชาชนที่อยู่ในถนนแจ้งวัฒนะได้รับความเสียหายมั้งหมด จำนวน 8 คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังติดตามรถ 6 ล้อ จึงตัดสินใจใช้อาวุธปืนยิงใส่ที่ยางล้อหลังด้านซ้ายและล้อหน้าด้านซ้าย เพื่อทำการหยุดสกัด โดยทันทีที่ลงจากสะพานมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สภ.ปากเกร็ด ได้ตั้งด่านสกัดจับและสามารถหยุดรถบรรทุกไว้ได้ ที่หน้าโชว์รูมโตโยต้านนทบุรี ถ.แจ้งวัฒนะ พร้อมใช้สารเคมีฉีดสกัดเพลิงที่ลุกไหม้รถจยย.ที่ล้อหน้าด้านขวา ซึ่งได้รับความเสียหายทั้งคัน
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่ ![]()
จากนั้นคนขับรถ 6 ล้อ ทราบชื่อคือ นายจัตุรงค์ นามสมบัติ อายุ 25 ปี ได้รีบลงจากรถและหลบหนี วิ่งเข้าไปใน ซอยแจ้งวัฒนะ ปากเกร็ด 43 แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตามจับกุมเอาไว้ได้ก่อนควบคุมตัวไปที่ สน.ทุกสองห้อง พร้อมคนที่มากับรถบรรทุกอีก 2 คน โดยจากการตรวจสอบภายในตู้บรรทุกของรถ 6 ล้อ คันดังกล่าว พบว่าได้บรรทุกสินค้าเครื่องนอนมาจำนวนหนึ่ง โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสอบสวนซึ่งพบว่า 1 ใน3 ได้ยอมรับว่า เสพยาบ้ามา เมื่อ 2 วันก่อน
นายชำนาญ ขวัญแก้ว อายุ 56 ปี เจ้าของรถเก๋ง นิสสัน ทีด้า สีดำ ทะเบียน ชส 5501 กรุงเทพฯ ที่ได้รับความเสียหายบริเวณกันชน ล้อแม็กซ์ด้านหลังขวา เล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนเกิดเหตุนั่งรถมากับแฟน เพื่อกลับบ้านย่านเมืองทอง 1 โดยได้ขับรถมาจากถนนวิภาวดี เพื่อเลี้ยวซ้ายเข้าถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณแยกหลักสี่ ขณะนั้นรถบรรทุกขับตามหลังมา ก่อนจะขับแซงไป โดยรถของตนโดนชนบริเวณแยกหลักสี่ ก่อนถึงศาลปกครอง หลังจากรถบรรทุกเฉี่ยวชนรถตนแล้ว ก็มีตำรวจไล่ติดตามรถบรรทุกคันดังกล่าวไป
ขณะที่ พ.ต.อ.ปริญญา เหลืองอุทัย ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ผู้ขับขี่ยังอยู่ในอาการตกใจกลัว พูดจาไม่รู้เรื่อง จึงยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุใด อาจจะเกิดจากการเสพยา หรือเมา เพราะดื่มแอลกอฮอล์ หรือเกิดจากขนส่งของผิดกฎหมาย เพราะหลังรถมีสินค้าอย่างอื่นมาด้วย ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นสิ่งของจำพวกผ้า ผ้าปูที่นอน ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการดำเนินการตรวจหาสารเสพติด และแอลกอฮอล์
พ.ต.อ.ปริญญา กล่าวต่อว่า เนื่องจากช่วงนี้มีการเข้มงวดเรื่องมาตรการฝุ่นละออง จึงสั่งการให้เข้มงวดเรื่องรถบรรทุกไม่ให้มีควันดำเกินกว่ากฎหมายกำหนดในการวิ่งเข้าเมือง เมื่อพบเห็นจึงต้องเรียกให้หยุด ซึ่งรถบรรทุกคันดังกล่าวได้ขับผ่านมาที่บริเวณใต้สะพานแยกหลักสี่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรสน.ทุ่งสองห้อง ได้ปฏิบัติหน้าที่อำนวยความสะดวกด้านการจราจร พบเห็นจึงเรียกให้หยุด แต่คนขับรถบรรทุกไม่หยุด เจ้าหน้าที่จึงใช้ยุทธวิธีในการติดตามจับกุม
โดยตำรวจได้ขับรถติดตามมา โดยใช้วิธีการเบียดให้เข้าทางด้านซ้าย ซึ่งทางคนขับรถบรรทุกทำท่าว่าจะจอดรถ ขณะนั้นมีกำลังตำรวจส่วนหนึ่งใช้รถจยย.กั้นไว้บริเวณ สะพานทางขึ้นบริเวณหน้าศาลปกครอง เพื่อไม่ให้รถบรรทุกขึ้นสะพาน แต่คนขับรถบรรทุกตัดสินใจพุ่งชนรถจยย.ของเจ้าหน้าที่และลากรถจยย.ข้ามสะพานมา 2 สะพาน ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่จึงตัดสินใจทำการหยุดยั้งรถ เพื่อไม่ให้ขับต่อไปได้ เพราะอาจเกิดอันตรายกับประชาชน โดยระหว่างหลบหนีรถบรรทุกได้ขับไปเฉี่ยวชนรถของประชาชนได้รับความเสียหายเล็กน้อย 6-8 คัน
เบื้องต้นเตรียมแจ้งข้อหา ฝ่าฝืนสัญญาณมือ, ขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน, ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน และขับรถโดยประมาททำให้ทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย ก่อนดำเนินตดีตามกฏหมายต่อไป