จับอิตาเลียน – อดีตหน.หน่วยสวาทเช็ก หนีคดีค้ายา-ปล้นทรัพย์ซุกไทย
จับอิตาเลียน / เมื่อวันที่ 31 ม.ค. ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยผลการจับกุม นายดาเนียเล ลอลโล สัญชาติอิตาเลียน
ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล ในความผิดฐาน “ครอบครองยาเสพติดให้โทษโดยผิดกฎหมาย” หลังจากตำรวจอิตาลี นำหมายศาลเข้าค้นบ้านพักในเมืองเตรวิโซ ระหว่างปี 2546 – 2550 พบยาเสพติดหลายรายการ ทั้งโคเคน กัญชา รวมทั้ง พบสูตรผสมสารเคมี เพื่อผลิตเป็นโคเคน และอุปกรณ์อื่นๆ
จากนั้น ผู้ต้องหาได้หลบหนีการจับกุมเข้ามาพักอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ตั้งแต่ปี 2553 และมีภรรยาเป็นชาวไทย ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างขยายผลว่า ผู้ต้องหามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติดในประเทศไทยหรือไม่ พร้อมส่งตัวผู้ต้องหากลับไปดำเนินคดีในประเทศอิตาลี
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
นอกจากนี้ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ยังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยว จับ นายปีเตอร์ บีเล็ค สัญชาติเช็ก ผู้ต้องหาตามหมายจับสากล ซึ่งเป็นที่ต้องการตัวของสาธารณรัฐเช็ก ในคดี “ร่วมกันปล้นทรัพย์” โดยจากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหาเป็นอดีตหัวหน้าหน่วยสวาทของเช็ก เมื่อก่อเหตุแล้วหลบหนีเข้ามาอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งตำรวจจะดำเนินคดีและผลักดันออกนอกประเทศต่อไป
ส่วนอีกคดีเป็นผลการจับกุม นายโฮวง จีโอนิล สัญชาติเกาหลีใต้ ซึ่งมีพฤติการณ์หลอกลวงชาวญี่ปุ่น 3 ราย ผ่านโซเชียลมีเดีย ให้ร่วมลงทุนในตลาดหุ้นทั้งในและต่างประเทศ รวมเป็นเงินกว่า 2 ล้าน 6 แสนบาท แต่เมื่อได้เงินมาแล้ว ได้หน่วงเหนี่ยวกักขังและทำร้ายร่างกายผู้เสียหายทั้ง 3 คน ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท 13 เป็นระยะเวลากว่า 2 เดือน พร้อมยึดหนังสือเดินทาง และข่มขู่จะให้แก๊งยากูซ่าเข้าทำร้ายคนในครอบครัว
จากนั้น หนึ่งในผู้เสียหาย ได้หลบหนีออกมาขอความช่วยเหลือจากสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ก่อนประสานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ช่วยเหลือออกมาได้ ซึ่งจากการสอบสวนผู้ต้องหา ยังให้การภาคเสธ โดยอ้างว่า เป็นการทะเลาะวิวาทกันเท่านั้น
แต่ตำรวจมั่นใจ มีหลักฐานเพียงพอจะแจ้งข้อหา “ข่มขืนใจให้กระทำการใดไม่กระทำการใดฯ” แม้ตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาไม่พบเคยก่อเหตุในคดีอื่น โดยเดินทางเข้าออกไทยหลายครั้งด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ตำรวจยังจับ นายปาร์ค ยุง วาน สัญชาติเกาหลีใต้ และน.ส.รัตนาพร พุทโสม ภรรยาชาวไทย หลังร่วมกันปลอมหนังสือเดินทาง ก่อนนำไปเช่ารถยนต์แล้วเชิดไปขายต่อ มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท รวมทั้งตรวจสอบพบมีหมายจับคดีฉ้อโกงที่ประเทศเกาหลีกว่า 60 หมาย และสร้างความเสียหายอีกกว่า 3 ล้านบาท
และยังจับกุม นายคยูแจ ลี สัญชาติเกาหลีใต้ ผู้ต้องหาคดีทำร้ายร่างกาย หลบหนีคดีเข้ามาอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งจากการเข้าตรวจค้นห้องพัก ที่ผู้ต้องหาอาศัยอยู่กับ นายบยุงควัน ฮัน เพื่อนร่วมชาติ ยังพบไอซ์อีกประมาณ 10 กรัม และพบว่า อยู่เกินกำหนดอนุญาตกว่า 4,000 วัน จึงควบคุมตัวส่งสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ดำเนินคดีต่อไป