กรณีนางคำมั่น วงษ์กาญจนรัตน์ อายุ 91 ปี น้องสาวพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณปริสุทโธ อดีตเจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ ต.กุดพิมาน อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา พร้อมด้วยหลานชาย และคณะกรรมการวัดบ้านไร่ เข้าพบนายธัญญา ภักดี ผอ.กองกลาง มหาวิทยาลัยขอนแก่น เพื่อยื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ที่ผ่านมา เพื่อขอนำสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณกลับไปบำเพ็ญกุศลที่วัดบ้านไร่ หลังทราบข่าวว่าการฌาปนกิจสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณไม่เป็นไปตามพินัยกรรม ตามข่าวที่เสนอไปแล้ว
อ่านข่าว “ยายคำมั่น” ยื่นขอสรีระสังขารหลวงพ่อคูณกลับวัดบ้านไร่ หลังครบกำหนดตามพินัยกรรม
ความคืบหน้าในเรื่องดังกล่าว เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ก.พ. รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า สรีระสังขารหลวงพ่อคูณที่ได้ดองร่างครบ 1 ปี เมื่อพฤษภาคม 2559 ขณะนี้สรีระสังขารของหลวงพ่อคูณได้เป็นครูใหญ่หรืออาจารย์ใหญ่ของนักศึกษาแพทย์ มีนักศึกษาได้เรียนสรีระสังขารของท่านมาแล้วประมาณ 8-9 เดือน และจะต้องอยู่ใน่วงเวลาการศึกษาอีก 2 ปี ทั้งนี้ตามกำหนดการต้องพระราชทานเพลิงศพครูใหญ่ในรุ่นของหลวงพ่อคูณที่ศาลา 25 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งมีประมาณ 100 ร่าง ประมาณปลายปี 2561 โดยมีสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณรวมอยู่ด้วย
สำหรับสรีระสังขารของหลวงพ่อคูณนั้น ขอให้ประชาชนที่เป็นศิษย์และศรัทธาหลวงพ่อคูณ ไม่ต้องวิตกกังวลว่าจะไม่ได้ดำเนินการตามพินัยกรรม ขอบอกว่าคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ยังคงยึดตามพินัยกรรมของหลวงพ่อคูณทุกประการ โดยเฉพาะตามพินัยกรรมข้อ 3 หลวงพ่อคูณบอกว่าเมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของนักศึกษาแล้ว สรีระสังขารหลวงพ่อคูณให้บำเพ็ญกุศลศพแบบเรียบง่าย ละเว้นการสมโภชน์ใดๆ และห้ามขอพระราชทานเพลิงศพ
“พินัยกรรมข้อ 3 หลวงพ่อคูณได้ระบุไว้ชัดว่า “การจัดพิธีบำเพ็ญกุศล เมื่อสิ้นสุดการศึกษาค้นคว้าของภาควิชากายวิภาคศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์ มข.แล้ว ให้จัดโดยเรียบง่าย โดยให้คณะแพทยศาสตร์ มข. กระทำเช่นเดียวกับการจัดพิธีศพของอาจารย์ใหญ่นักศึกษาแพทย์ประจำปีร่วมกับอาจารย์ใหญ่ท่านอื่น ดังนั้น มข.จะกระทำนอกเหนือพินัยกรรมไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของกฎหมายและมีความผิดถูกฟ้องร้องในภายหลังได้”รศ.นพ.ชาญชัย กล่าว
รศ.นพ.ชาญชัย กล่าวต่อว่า ในวันพระราชทานเพลิงครูใหญ่ที่จะมีขึ้นในปี 2561 ทุกปีที่ผ่านมาจะดำเนินการที่ศาลา 25 ปี มหาวิทยาลัยขอนแก่น แต่เมื่อมีสรีระสังขารหลวงพ่อคูณอยู่ 1 ร่าง ทำให้สถานที่ดังกล่าวคับแคบลงไปจะต้องย้ายไปจัดที่หอประชุมกาญจนาภิเษก สถานที่เคยจัดบำเพ็ญกุศลศพหลวงพ่อคูณ เมื่อวันที่ 17-24 พ.ค. 2558 หลังจากนั้นสรีระสังขารหลวงพ่อคูณจะนำไปฌาปณสถานจริงตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรม เช่นเดียวกับร่างครูใหญ่อื่นๆที่จะนำไปเผาจริงตามวัดต่างๆที่ญาติต้องการ
“สรีระสังขารหลวงพ่อคูณ จะทำพิธีฌาปนกิจที่วัดหนองแวง วัดอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น หรือวัดอื่นใดที่คณะแพทยศาสตร์เห็นสมควรและเหมาะสม แต่จะต้องทำที่จ.ขอนแก่นเท่านั้น เมื่อเผาเสร็จแล้ว อัฐิ เถ้าถ่าน และเศษอังคารทั้งหมดให้คณะแพทยศาสตร์ ม.ขอนแก่น นำไปลอยที่แม่น้ำโขง จ.หนองคาย ตามที่เห็นสมควร แสดงว่าหลวงพ่อคูณไม่ต้องการให้เก็บอะไรที่เกี่ยวกับท่านไว้แม้แต่ชิ้นเดียว ซึ่งจะดำเนินการตามพินัยกรรมที่หลวงพ่อคูณระบุไว้ทุกประการ” รศ.นพ.ชาญชัย กล่าว


