กรณีที่ พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 เปิดช่องทางให้ผู้เห็นต่างจากรัฐเข้ารายงานตัว เพื่อร่วมพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแเดนภาคใต้ ผ่านหมายเลขโทรศัพท์ 092-532-4989 ซึ่งเป็นเบอร์พิเศษ ที่ไว้รับรายงานตัวผู้เห็นต่าง และประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้เห็นต่างให้โทรเข้ามาเพื่อเข้าร่วมโครงการนั้น
ความคืบหน้า เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 24 ก.พ. ที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 พร้อมด้วยนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นำตัวนายอาหะมะ ตือเระ อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ป.วิ อาญา จำนวน 4 หมาย ที่ได้ขอเข้าร่วมเสริมสร้างสันติสุขมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน
พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่า ในช่วงเช้าที่ผ่านมาในขณะที่ตนกำลังนั่งประชุม ก็มีผู้เห็นต่างโทรศัพท์เข้ามาเพื่อให้ตน เดินทางไปรับตัวเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ที่บ้านกูแบปูรง ม.1 ต.กาลอ อ.รามัน จ.ยะลา โดยตนเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์เพื่อไปรับตัวนายอาหามะ ดือเระ อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/2 ม.5 ต.ท่าสาป อ.เมือง จ.ยะลา ด้วยตนเอง ซึ่งถือว่าเป็นผู้ก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่รายแรก ที่ใช้ช่องทางด้วยการโทรศัพท์มาหาตน เพื่อต้องการแสดงตนเข้าร่วมเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยตนขอประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่มผู้เห็นต่างในพื้นที่ให้มีความเชื่อมั่นในความยุติธรรม ให้ใช้ช่องทางนี้ในการติดต่อกับตนเอง เพื่อที่จะเดินทางไปรับตัว กลับออกมาร่วมกันพัฒนาพื้นที่ให้เกิดสันติสุขต่อไป
“หลังจากที่ได้รับรายงานตัวมาแล้วก็จะดำเนินกรรมวิธีตามขั้นตอนของ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จากนั้นก็ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป ส่วนการให้ความดูแลช่วยเหลือนั้นทาง กอ.รมน.ภาค 4 สน จะดูแลช่วยเหลือซึ่งหากเสร็จสิ้นกระบวนการยุติธรรมแล้ว ก็จะดูแลเรื่องการประกอบอาชีพ เพื่อให้เกิดความมั่นคงและสามารถกลับมาใช้ชีวิตในสังคมอย่างปกติสุขต่อไป” มทภ.4 กล่าว
ด้านนายอาหามะ กล่าวว่า ในการตัดสินใจเข้ารายงานกับท่านแม่ทัพภาคที่ 4 ในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมากลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดน มีความระส่ำระส่าย เกิดความแตกแยกขึ้นในองค์กร ทำให้ตนเองและสมาชิกหลายคนขาดความเชื่อมั่น ประกอบกับที่ผ่านมาทางผู้นำองค์กรเองไม่มีความจริงใจในการข่วยเหลือกลุ่มสมาชิก จึงเกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย และยังมีสมาชิกอีกหลายคนที่ต้องการออกมารายงานตัวกับทางราชการ แต่ยังไม่มั่นใจ ซึ่งการออกมารายงานของตนเองในครั้งนี้ จะทำให้เพื่อนสมาชิกหลายคนเปลี่ยนใจเข้ามอบตัวกับทางราชการด้วย
ประกอบที่ผ่านตนเองต้องใช้ชีวิตแบบหลบซ่อนตัวมาประมาณ 8 ปี เบื่อหน่ายกับการใช้ชีวิตดังกล่าวแล้ว และตนเองมีแม่ที่มีอายุมาก ที่ผ่านมาแม่และพี่ชายเคยขอร้องให้ตนเองมารายงานตัว แต่ยังไม่มั่นใจในความปลอดภัย ซึ่งหลังจากที่ทางแม่ทัพภาคที่ 4 แจกเบอร์โทรศัพท์ให้ผู้ที่เห็นต่างให้โทรเข้ารายงานตัวแล้วไปรับด้วยตนเอง ญาติจึงเอาเบอร์โทรศัพท์มาให้และลองโทรหาดู 2 ครั้ง แม่ทัพก็มารับจริงๆ ทำให้ตนเองรู้สึกดีใจ และมีความมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายอาหามะ ดือเระ เป็นผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีหมายจับป.วิ อาญา จำนวน 4 หมาย และเคลื่อนไหวก่อเหตุในเขตพื้นที่ อ.เมือง อ.กรงปินัง จ.ยะลา และ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส โดยใช้พื้นที่ อ.รามัน เป็นพื้นที่หลบซ่อนตัว และได้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่มาแล้วหลายครั้ง


