ป้า62 ถูกเก๋งชนเจ็บหนัก ซ้ำร้ายต้องเลี้ยงดูลูกพิการ 2 คน คดีไม่คืบ คู่กรณีไม่รับผิดชอบ
วันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวของนายณรงค์ ปลดเปลื้อง อายุ 60 ปี และนางศศินา โพธิ์เขียว อายุ 62 ปี เป็นสามีภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ 4 ต.อ่างทอง อ.เมือง จ.ราชบุรี มีลูกชายสองคนพิการทั้งคู่ ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เนื่องจากป่วยเป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่เล็ก มีอาชีพปลูกผักขาย ล่าสุดสองผัวเมียถูกรถเก๋งพุ่งข้ามเกาะจากอีกฝั่งวิ่งมาชนจนนางศศินา ได้รับบาดเจ็บกระดูกสะโพกแตก กระดูกสันหลังเคลื่อนต้องนอนรักษาตัวอยู่นานหลายเดือน
เมื่ออาการเริ่มดีขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถทำงานหนักได้ และทางรถยนต์คู่กรณีก็ไม่ให้การช่วยเหลือใดๆ โดยอ้างว่าถ้าอยากได้ค่ารักษาพยาบาลค่าเสียหายก็ให้ไปฟ้องร้องเอาเอง ทำให้ภาระทั้งหมดต้องตกอยู่กับนายณรงค์ ผู้เป็นสามีที่จะต้องดูแลลูกทั้งสองคน และจะต้องดูแลภรรยา ยังต้องออกไปทำงานหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวอีก ทั้งที่นายณรงค์เอาก็ป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองแตก แต่ก็พอทำงานได้
นางศศินา กล่าวว่า ตนมีลูกชายสองคนที่พิการมาตั้งแต่กำเนิด ชื่อนายประชา โพธิ์เขียว อายุ 43 ปี ร่างกายแขนขาลีบงอพูดไม่ได้นั่งอยู่แต่บนรถเข็น เป็นคนพี่ และนายประสิทธิ์ โพธิ์เขียว 42 ปี เป็นน้อง แต่คนน้องยังสามารถเคลื่อนไหวด้วยการถัด รับฟังรู้เรื่อง ตนต้องคอยอุ้มอาบน้ำ ป้อนข้าว ดูแลทุกอย่าง ที่ผ่านมาหลังจากดูแลลูกทั้งสองคนก็จะออกไปช่วยกันเก็บผัก ถั่ว แตงกวา ในที่ดินเช่าปลูก แล้วนำไปขาย ซึ่งก็พอจะมีรายได้เลี้ยงดูครอบครัว แต่ก็ต้องประสบปัญหาขาดทุน เมื่อผักที่ปลูกไว้ตายจำนวนมาก
นางศศินา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 60 ที่ผ่านมา ขณะนำผักไปส่งขายที่ตลาด โดยใช้รถจักรยานยนต์ซาเล้งพ่วงข้างบรรทุก นายณรงค์ สามีเป็นคนขับ เมื่อขี่ไปถึงบริเวณถนนสายเลี่ยงเมือง ต.ดอนตะโก อ.เมือง เกิดอุบัติเหตุรถเก๋งชนกับรถจักรยานยนต์ฝั่งตรงข้าม ก่อนที่รถเก๋งจะเสียหลักพุ่งข้ามเกาะกลางถนนมาชนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างทำให้นางศศินา ที่นั่งมาด้วยกระเด็นตกกระแทกพื้น บาดเจ็บสาหัส กระดูกสะโพกแตก กระดูกสันหลังเคลื่อน ต้องนอนรักษาตัวอยู่นาน ไม่สามารถที่จะยกของที่มีน้ำหนักมากได้เลย
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
นางศศินา กล่าวต่อว่า ส่วนรถเก๋งที่มาชนก็ไม่ได้มาดูแลรับผิดชอบอะไรเลย ตนมีฐานะยากจน และไม่รู้กฎหมาย ก็ไม่รู้ว่าจะไปเรียกร้องค่าเสียหายได้อย่างไร ทำให้ภาระทุกอย่างตกเป็นของนายณรงค์คนเดียวลำบากมาก เพราะตอนนี้ไม่มีเงินที่จะไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูกได้ ทุกวันนี้ก็ต้องออกไปหาตกปลาตามแหล่งน้ำธรรมชาติมาขาย ได้เงินครั้งประมาณ 100 – 200 บาท บางวันก็ไม่ได้
“ตอนนี้ก็มีรายได้จากเงินพิการของลูกชายทั้งสองคน และญาติพี่น้องคอยช่วยเหลือบ้าง อีกทั้งยังเป็นหนี้กู้ยืมชาวบ้านมาด้วย เมื่อหาเงินมาได้ก็ต้องนำไปคืนเขา ซึ่งเป็นอยู่อย่างนี้มาตลอด จึงอยากวอนให้รถยนต์คู่กรณีมาช่วยเหลือในเรื่องค่าใช้จ่ายบ้างเพราะเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ครอบครัวลำบากหนักเพิ่มเข้าไปอีก และอยากวอนผู้ใจบุญได้ช่วยเหลือครอบครัวด้วย” นางศศินา กล่าว
สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธาสามารถบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวได้โดยตรงที่ นางศศินา โพธิ์เขียว เลขบัญชี 5300389029 ธนาคารกรุงเทศ สาขาศรีสุริยวงศ์ หรือ สอบถามได้ หมายเลขโทร 0810104192