ผัวเห็นชายอื่นมาส่งเมียรักถึงห้องพัก หึงหวงไล่ให้เมียออกไปนอนนอกห้องก่อนตามออกมาบีบคอ เมียทนไม่ได้คว้ามีดทำครัวคมกริบฟันฉับที่ข้อมือหวิดขาด ตำรวจตามไปสอบปากคำที่ รพ.บอกขอไม่เอาเรื่องเมียเพราะผิดเองที่หน้ามืดใช้แต่อารมณ์ บอกสงสารที่เมียสาวมีลูกติดอายุแค่ 3 ขวบเกรงว่าจะไม่มีใครดูแล
เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ร.ต.อ.อธิรักษ์ มีคำ รอง.สว.(สอบสวน) สภ.เขลางค์นคร รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีเหตุภรรยาใช้อาวุธมีดฟันสามีได้รับบาดเจ็บ ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ในหมู่บ้านหนองปล้อง ม.5 ต.พระบาท อ.เมือง จ.ลำปาง จึงออกไปทำการสอบสวนร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พบว่าที่เกิดเหตุเป็นห้องแถวสภาพทรุดโทรม ภายในห้องเช่าห้องแรก พบมีรอยเลือดสาดกระจายไปทั่วทั้งห้อง แต่ไม่พบผู้บาดเจ็บ ทราบว่ามีพลเมืองดีนำตัวส่งไปรักษาที่โรงพยาบาลลำปางแล้ว พบเพียงน.ส.รัฐริชา อายุ 30 ปี ชาวอ.เมือง จ.ลำปาง ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในอาการหน้าซีดตัวสั่น เสื้อผ้าที่สวมใส่มีแต่รอยเลือด และพบมีดทำครัวขนาดใหญ่คล้ายมีดอีโต้ สภาพคมกริบมีเลือดติดอยู่ถูกวางทิ้งไว้ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน
น.ส.ณัฐณิชา ให้การรับสารภาพว่า เป็นคนลงมือฟันนายรุ่งอนันท์ ผลกระกรรม อายุ 46 ปี สามี จนได้รับบาดเจ็บในครั้งนี้ โดยก่อนเกิดเหตุตนไปทำงานที่โรงงานแห่งหนึ่ง หลังเลิกงานจึงได้ร่วมกับเพื่อนๆ ซื้อสุรามาดื่มกิน จากนั้นจึงขอตัวกลับห้องพัก โดยมีเพื่อนผู้ชายในโรงงานมาส่ง แต่พอสามีเห็นว่ามีชายหนุ่มมาส่ง จึงเกิดความหึงหวง มีปากเสียงกัน และไล่ตนให้ไปนอนนอกห้อง ตนก็ยอมทำตาม แต่ไน่นานนายรุ่งอนันท์ก็เดินตามออกมา ใช้มือบีบคอจนหายใจแทบไม่ออก จึงพยายามต่อสู้ใช้มือควานหาอาวุธเพื่อช่วยตัวเอง คว้าได้มีดทำครัวที่เพิ่งจะลับมาใหม่ๆ ฟันที่ข้อมาซ้ายของสามีจนเลือดพุ่งกระฉูด จนต้องรีบปล่อยมือทันที แต่พอตนเห็นเลือดที่พุ่งออกมาจากบาดแผลจำนวนมาก จึงเกิดความตกใจโยนมีดทิ้ง แล้วเข้าช่วยสามีห้ามเลือด แต่ไม่เป็นผลจึงร้องขอให้เพื่อนข้างห้องรีบพาตัวส่งโรงพยาบาลในที่สุด เจ้าหน้าที่จึงได้คุมตัว น.ส.ณัฐณิชาเอาไว้เพื่อทำการสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง
จากนั้นเดินทางไปยังโรงพยาบาลเพื่อดูอาการของนายรุ่งอนันท์ ในขณะที่แพทย์พยาบาลกำลังให้ความช่วยเหลืออยู่ เมื่อนายรุ่งอนันท์เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็พยายามอ้อนวอนขอไม่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีกับภรรยาและยอมสารภาพว่า สาเหตุมาจากตนเกิดความหึงหวง โดยไม่มีเหตุผล และไม่ยอมฟังคำอธิบายของภรรยา และหากตำรวจจับกุมเมียไปดำเนินคดี ก็จะไม่มีใครมาเลี้ยงลูกน้อยอายุ 3 ขวบ ซึ่งเป็นลูกติดมากับภรรยา
ส่วนตนเองก็ต้องทำงานหาเลี้ยงลูกๆ ของตัวเองเช่นกัน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็เห็นใจในความจำเป็นของทั้งสองฝ่าย และจะให้ความช่วยเหลือ โดยจะไม่ดำเนินคดีกับภรรยา หากทั้งสองฝ่ายสามารถตกลงกันได้