อุกอาจ! 4 คนร้าย กราดยิงร้านอาหาร ที่หนองจิก กระสุนถูกสาววัย 36 สาหัส

กราดยิงร้านอาหาร

อุกอาจ! 4 คนร้าย กราดยิงร้านอาหาร ที่หนองจิก กระสุนถูกสาววัย 36 สาหัส รถพังเสียหาย ตร.คาดเป็นฝีมือกลุ่มก่อความไม่สงบ พยายามสร้างสถานการณ์ 

กราดยิงร้านอาหาร / เมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 23 เม.ย. พ.ต.ต.รัชชานนท์ รุยัน สว.(สอบสวน) สภ.หนองจิก จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืน ยิงใส่ภายในร้านข้าวแกงปลาดุก บนถนนสาย 42 ม.4 ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย และมีรถกระบะได้รับความเสียหาย หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นร้านขายข้าวแกงอยู่ริมถนนขาเข้าเมือง และพบกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองจิกทราบชื่อ น.ส.สุภาวดี ฤทธิ์เพชร อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.9 ต.ปาระกำ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ถูกอาวุธปืนเข้าที่บริเวณลำตัว ได้รับบาดเจ็บ และพบรถที่จอดอยู่ข้างทาง ถูกกระสุนปืนได้รับความเสียหายหลายนัด โดยรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ ดีแม็คซ์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน บท8429 กระบี่ ได้รับความเสียหาย สภาพกระจกหลังแครี่บอยแตกกระจาย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน เมื่อมาถึงบริเวณหน้าร้าน จึงใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงเข้าไปภายในร้าน กระสุนปืนไปถูกน.ส.สุภาวดี ฤทธิ์เพชร อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 18 ม.9 ต.ปาระกำ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ที่กำลังรับประทานอาหารอยู่ภายในร้าน จนได้รับบาดเจ็บ ถูกนำตัวส่งรพ.หนองจิก

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีคนร้ายจำนวน 4 คนใช้รถจักรยานยนต์ 2 คัน ขับวนดูลาดเลาเพื่อดูความเลื่อนไหวของคนในร้าน โดยพบว่าช่วงนั้นมีคนเดินทางมารับประทานอาหารกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเวลาใกล้พักเที่ยง ก่อนที่คนร้ายจะขับย้อนศรมาจอดด้านหน้าร้าน และคนซ้อนท้ายจะใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ที่พกมากราดยิงใส่เข้าไปในร้าน กระสุนปืนไปถูกบริเวณขาซ้ายของน.ส.สุภาวดี ที่กำลังรับประทานอาหารภายในร้านได้รับบาดเจ็บ

เสียงปืนที่ดังขึ้น ทำให้ลูกค้าที่อยู่ในร้านต่างกรีดร้อง และหาที่หลบเพื่อความปลอดภัย ก่อนที่คนร้ายจะเร่งเครื่องรถหลบหนีไป ส่วนสาเหตุเจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบที่พยายามก่อเหตุ เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่

นอกจากนี้ ชาวบ้านที่ขับรถอยู่บริเวณนั้นยังใช้โทรศัพท์มือถือจับภาพ ชาย 4 คน และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ต้องสงสัยว่าจะเป็นคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุ โดยพบว่าพฤติกรรมของคนกลุ่มดังกล่าวขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศร ซึ่งตรงกับพฤติกรรมของคนร้ายที่เข้ามาก่อเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่จำนำภาพดังกล่าวไปตรวจสอบ เพื่อหาความจริงว่าจะมีส่วนเกี่ยวในการก่อเหตุหรือไม่

บทความก่อนหน้านี้ရိုက်တာသတင်းထောက်တွေ အယူခံ အမြင့်ဆုံးတရားရုံးက ပယ်ချ
บทความถัดไป“ศรีสุวรรณ”ขึงขัง ยื่น“กกต.” รอบ 3 ฟัน “ธนาธร” ยันข้อโต้แย้ง “ปิยบุตร”อาจสร้างหลักฐานเท็จ