จับสาวแสบหลอกเช่าเก๋งป้ายแดง ก่อนเชิดขายต่อต่างประเทศ

เมื่อเวลา 09.30 น วันที่ 8 มี.ค. พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตนสั่งการให้ พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ ทองสุข ผกก.สภ.หางดง พ.ต.ท.ไกรศรี จุฬพรรค์ รอง ผกก.สส.ฯ พ.ต.ท.อลงกรณ์ พรหมตา รอง ผกก.สส.สภ.หางดง เจ้าพนักงานตำรวจ ศปจร.กก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ ชุดจับกุม พ.ต.ท.ณัฏฐพล ใจกันทา รอง ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมพวก ให้ตรวจสอบและติดตามจับกุมตัวคนร้ายกรณีโจรกรรมรถยนต์ในรูปแบบต่างๆ ทั้งในการทำทีเช่าซื้อและเชิดรถนำไปขายยังต่างประเทศด้านชายแดนและหลอกบริษัทผู้ประกอบการต่างๆ เพื่อให้ได้รถมาแล้วนำไปขายต่อและอ้างว่ารถหาย โดยมีพฤติกรรมเข้าข่ายขบวนการ 18 มงกุฎ เกี่ยวกับเรื่องการโจรกรรมรถยนต์และเชิดรถยนต์

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตนได้มอบหมายสามารถสืบสวนสอบสวน จนในที่สุดได้ร่วมกันทำการจับกุมตัว น.ส.ศิริรัตน์ หรือส้ม สุธรรมแจ่ม อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 71 หมู่ 5 ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ลำพูน พร้อมด้วยของกลาง สำเนาบันทึกประจำวันการแจ้งความร้องทุกข์ของนางศิริรัตน์ หรือส้ม สุธรรมแจ่ม จำนวน 1 ฉบับโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อวีโว สีขาว พร้อมซิม 1 เครื่อง สำเนารายการใช้โทรศัพท์หมายเลข 064-xxx-xxxx กับ 083-xxx-xxxx

โดยข้อหาผู้กระทำผิดนั้นได้กระทำผิดฐาน “แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย” สถานที่เกิดเหตุ วันที่ 6 มี.8.2560 เวลาประมาณ 10.30 น. ที่ผ่านมา ที่ สภ.หางดง จ.เชียงใหม่

พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธ์ รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า พฤติการณ์ในการจับกุมในคดีนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลา 10.30 น น.ส.ศิริรัตน์ หรือส้ม สุธรรมแจ่ม ได้ไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.หางดง จว.เชียงใหม่ ว่ามีเหตุคนร้ายลักทรัพย์รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ก-7387 เชียงใหม่ ไปจากบ้านเลขที่ 299/131 หมู่บ้านกาญจ์กนก 10 หมู่ 6 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จว.เชียงใหม่ ของนายเกรียงไกร กลจักร์ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 00.01-02.00 น.

ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุด ศปจร.กก.สส.จว.เชียงใหม่ และตน ได้รับคำสั่งจาก พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ให้สืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย มาดำเนินคดีตามกฎหมาย จึงได้ร่วมกันสืบสวนเรื่อยมา จนกระทั่งเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2560 เวลาประมาณ 14.00 น.จึงได้เชิญตัว น.ส.ศิริรัตน์ผู้ไปแจ้งความร้องทุกข์ฯ มาพบเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเพื่อทำการสอบถามข้อมูล

จากการสอบถามปรากฏว่า น.ส.ศิริรัตน์ ให้ข้อมูลวกวนมีพิรุธ ต่อมาให้การยอมรับสารภาพว่า ที่ไปแจ้งความต่อ พงส.สภ.หางดงฯ เกี่ยวกับรถยนต์ถูกคนร้ายลักไปนั้นเป็นความเท็จ โดยรถยนต์คันดังกล่าวไม่ได้หายจริง แต่ความจริงนั้นเมื่อประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2560 น.ส.ศิริรัตน์ได้ไปเช่ารถยนต์ป้ายแดงคันดังกล่าวจากบริษัทแห่งหนึ่งใน อ.เมืองเชียงใหม่ สัญญาเช่า 1 เดือน ในราคา 40,000 บาท

ต่อมาในวันที่ 26 ก.พ.2560 น.ส.ศิริรัตน์นำรถยนต์ค้นดังกล่าวไปจำนำกับนายเกรียงไกร กลจักร์ ในราคา 350,000 บาท กระทั่งในวันที่ 6 มี.ค.2560 เวลาประมาณ 01.22 น. บริษัทเจ้าของรถยนต์คันดังกล่าว โทรแจ้งศิริรัตน์บอกว่าจะเอารถคืนภายในคืนนี้ เนื่องจากตรวจพบว่าระบบจีพีเอสที่ติดรถยนต์คันดังกล่าวนิ่งอยู่กับที่หลายวัน เกิดความสงสัยเกี่ยวกับพฤติการณ์ของน.ส.ศิริรัตน์ว่าจะนำรถไปจำนำหรือขายต่ออันเป็นการผิดสัญญาเช่า และตรวจสอบพบรถที่น.ส.ศิริรัตน์ เช่าไปจอดอยู่ที่ถนนภายในหมู่บ้านกาญจ์กนก 10 ต.สันผักหวาน อ.หางดง จากนั้นก็ทราบว่าในคืนนั้นทางบริษัทเอารถคันดังกล่าวที่จอดอยู่ถนนหน้าบ้านนายเกรียงไกร ในหมู่บ้านกาญจ์กนก 10 ไปจริง แต่น.ส.ศิริรัตน์ไม่ได้บอกความจริงเกี่ยวกับที่ บริษัทรถเข่ามาตามเอารถให้นายเกรียงไกร ทราบเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด

ต่อมาเวลาเช้าวันเดียวกัน นายเกรียงไกร โทรศัพท์บอกน.ส.ศิริรัตน์ว่ารถยนต์คันดังกล่าวได้หายไป และสอบถามน.ส.ศิริรัตน์ ว่านำรถยนต์คันดังกล่าวไปหรือไม่ น.ส.ศิริรัตน์ปฏิเสธว่าไม่ได้นำรถไป แต่อย่างใด จากนั้นนายเกรียงไกร จึงแนะนำให้น.ส.ศิริรัตน์ไปแจ้งความร้องทุกข์และร่วมกันเดินทางไปยัง สภ.หางดง เพื่อร้องทุกข์ต่อ พงส.สภ.หางดง ดังกล่าว

เมื่อพงส.สภ.หางดง สอบถามเกี่ยวกับหลักฐานของรถคันที่หายว่าได้ป้ายทะเบียนจริงหรือยัง น.ส.ศิริรัตน์จึงนำหลักฐานสำเนาคู่มือรถยนต์คันหมายเลขทะเบียน งจ831 เชียงใหม่ เป็นของน.ส.ศิริรัตน์ ได้เช่าซื้อมา และนำไปขายก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นคนละคันกับรถยนต์คันที่ไปเช่ากับนางกรรณิการ์ คันที่แจ้งว่ามีคนร้ายลักเอาไปแสดงต่อ พงส. เพื่อแจ้งความร้องทุกข์ และเมื่อเจ้าพนักงานชุดจับกุมสอบถาม น.ส.ศิริรัตน์ เกี่ยวกับการครอบครองรถคันอื่นๆ พร้อมทั้งตรวจเช็คข้อมูลการครอบครองรถ ปรากฏว่า น.ส.ศิริรัตน์มีพฤติการณ์ไปเช่าชื้อรถในระบบผ่อนส่ง แล้วนำไปจำนำหรือขายจำนวนหลายคัน

โดยช่วงระยะตั้งแต่เดือน ธ.ค.2559-ก.พ.2560 เช่าซื้อรถยนต์ จำนวน 2 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน เมื่อได้รับรถแล้วจะนำไปขายโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงร่วมกันนำตัวผู้ถูกจับส่ง พงส.สภ.หางดงฯ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้มิวเซียมสยาม เปิดตัว “ต้มยำกุ้งวิทยา : วิชานี้อย่าเลียน!” นิทรรศการถอดบทเรียนวิกฤตเศรษฐกิจล่มครั้งประวัติศาสตร์ไทย หวังสร้างภูมิคุ้มกันให้คนรุ่นใหม่ใช้สติดำเนินชีวิต
บทความถัดไปบ่าวสาวย้ำไม่เสียดายเงิน5หมื่น แต่อยากให้มาขอโทษ ออร์แกไนเซอร์อ้างทีมงานแอบรับงานเอง