สุดสลด! ในวัดยังไม่เว้น พระเห็นสาวปรี่ล็อกคอ-ต่อยท้องจะขยี้กาม แกล้งตายหนีหื่น

สุดสลด! ในวัดยังไม่เว้น พระเห็นสาวปรี่ล็อกคอ-ต่อยท้องจะขยี้กาม แกล้งตายหนีหื่น

เมื่อวันที่ 26 เม.ย.ที่ กองปราบปราม พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.สั่งการ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.3 บก.ป. พ.ต.ต.เอนก บุญตา สว.กก.3 บก.ป.นำกำลังจับกุม นายวินัย ชูกลิ่นหอม อายุ 40 ปี ชาว อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 506/2553 ลงวันที่ 21 ต.ค. 2553 ข้อหา “ กระทำอนาจารแก่บุคคลกว่าอายุสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย และทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ” ได้ภายในลานวัดโป่งข่อย ต.ทองหลาง อ.ห้วยคต จ.อุทัยธานี

พ.ต.ต.เอนก กล่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 8 ต.ค.2553 ขณะนายวินัย ผู้ต้องหา บวชเป็นพระลูกวัดแห่งหนึ่งใน จ.สุพรรณบุรี ได้ก่อเหตุพยายามข่มขืน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ภายในวัด แต่ชาวบ้านมาช่วยไว้ได้ทัน นายวินัย จึงได้หลบหนีไป ต่อมา น.ส.เอ ได้แจ้งความดำเนินที่ สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี กระทั่งศาลได้ออกหมายจับไว้ จากนั้นเจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายวินัย ได้หลบหนีมาบวชที่วัดโป่งข่อย จ.อุทัยธานี จึงนำกำลังเข้าจับกุมและพาไปทำการลาสิกขา

จากการสอบสวน นายวินัย ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุเห็นน.ส.เอ เดินเข้ามาคนเดียวในวัด จึงเกิดอารมณ์ทางเพศ ปรี่เข้าไปล็อคคอและต่อยท้องหลายครั้งเพื่อหวังข่มขืน แต่ผู้เสียหายแกล้งตายและเป็นจังหวะที่ชาวบ้านในระแวกนั้นผ่านมาเจอเสียก่อน จึงตกใจวิ่งหนีเข้าไปหลบอยู่ในป่านาน 8 วัน เมื่อเห็นว่าไม่มีใครตามมา จึงได้ลาสิกขาเองโดยการถอดผ้าเหลืองออก แล้วหลบหนีมาทำงานในกรุงเทพฯ และบวชอีกครั้งเมื่อปี 2558 กระทั่งถูกจับกุมดังกล่าว

นายวินัย กล่าวต่อว่า อยากฝากเตือนผู้ที่กระทำความผิดทั้งหลายว่า หากก่อเหตุแล้วอย่าได้หลบหนีมาบวชเพราะจะทำให้ศาสนาเสื่อมเสีย ให้เข้ารับโทษทัณฑ์ตามกฎหมายดีกว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่ง สภ.ด่านช้าง จ.สุพรรณบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้พ่อใบเฟิร์น ราชรถมาเกย ลูกสาวเซอร์ไพรส์ รถป้ายแดงสไลด์หน้าบ้าน นึกว่าอุบัติเหตุ!
บทความถัดไปข้าวมาบุญครอง สนับสนุนละครเวทีจุฬาฯ เดอะเคอเทน คอล