จากกรณีนายพงษ์ศักดิ์ จันทร์พฤกษ์ อายุ 48 ปี ชาว ต.โมถ่าย อ.ไชยา จ.สุราษฏร์ธานี เดินเท้าจาก จ.สุราษฎร์ธานี มุ่งหน้า เพื่อเข้าร่วมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 23 เม.ย. ที่ผ่านมา รวมระยะทางกว่า 630 กิโลเมตร เพื่อเข้าร่วมเทิดพระเกียรติ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งกำหนดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พ.ค.62 ณ พระบรมมหาราชวัง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
ล่าสุดวันที่ 3 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพงษ์ศักดิ์ ได้เดินทางเข้าสู่ จ.ราชบุรีแล้ว เมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 2 พ.ค. โดยมี นายวีรัส ประเศรษโฐ รอง ผวจ.ราชบุรี, นายประทีป นทีทวีวัฒน์ นายอำเภอปากท่อ พร้อมด้วยตำรวจทางหลวง, ตำรวจ สภ.ปากท่อ และชาวบ้าน มาต้อนรับพร้อมทั้งมอบดอกกุหลาบ พวงมาลัยคล้องคอ
จากนั้น นายพงษ์ศักดิ์ ได้เข้าถวายราชสักการะและทำความเคารพที่เบื้องหน้าภาพพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมกันนี้ นายวีรัส ได้เป็นตัวแทนของ จ.ราชบุรี มอบของที่ระลึกจาก ผวจ.ราชบุรี และกล่าวให้กำลังใจ นายพงษ์ศักดิ์ เพื่อให้ทำกิจกรรมสำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย จากนั้นได้ร่วมกันถ่ายภาพเป็นที่ระลึก
ขณะเดียวกันทีมนักกายภาพบำบัดจาก ร.พ.ปากท่อ ได้ตรวจเช็คร่างกาย นายพงษ์ศักดิ์ พบว่ายังมีสภาพร่างกายแข็งแรง มีเฉพาะที่เท้าทั้ง 2 ข้าง พบว่ามีการพองเนื่องจากพื้นถนนมีความร้อน และมีอาการปวดเมื่อยบ้างเล็กน้อย นักกายภาพจึงได้ทำการประคบน้ำแข็ง และนวดยืดเส้นเพื่อเป็นการผ่อนคลาย
จากนั้น นายพงษ์ศักดิ์ ได้พักค้างคืนที่จุดบริการประชาชนตำรวจทางหลวงวังมะนาว อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ก่อนจะเริ่มออกเดินทางในเวลา 03.00 น. วันนี้ (3 พ.ค.) ซึ่งเข้าสู่วันที่ 10 ของการเดินทาง โดยใช้เส้นทางถนนพระราม 2 เพื่อมุ่งหน้าสู่สนามหลวง กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะผ่าน จ.สมุทรสงคราม, จ.สมุทรสาคร ระยะทาง 93 กิโลเมตร และมีกำหนดพักที่สมาคมชาวปักษ์ใต้ โดยรุ่งเช้าจะเดินเท้าไปยังท้องสนามหลวงเพื่อเตรียมรอรับเสด็จฯ
นายพงษ์ศักดิ์ เปิดเผยว่า ได้ออกเดินทางจาก จ.สุราษฎร์ธานี มีความตั้งใจเดินเท้าไปเข้าร่วมเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในการเสด็จพระราชดำเนินไปในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ที่กรุงเทพมหานคร โดยเดินเท้าวันละ 60–70 กิโลเมตร รวมระยะทาง 630 กิโลเมตร สวมรองเท้าผ้าใบธรรมดา พร้อมด้วยสัมภาระเพียงกระเป๋าสะพายหลัง 1 ใบ ใช้เส้นทางถนนทางหลวงเอเชีย 41
“ซึ่งวันนี้ได้เดินมาถึง จ.ราชบุรี ถึงแม้ว่าอากาศและแดดจะร้อนจัด ทำให้ต้องพักบ้างตามศาลา และป้อมตำรวจข้างทาง แต่สภาพร่างกายยังแข็งแรงดี และตลอดทางที่ผ่านมายังไม่พบเจอกับอุปสรรคใดๆ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอดเส้นทาง ซึ่งผมอยากขอบคุณทุกคนที่ให้คอยอำนวยความสะดวก และให้กำลังใจตลอดการเดินทาง รวมไปถึงการให้ที่พักแก่ผม” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
สำหรับการเดินเท้าของ นายพงษ์ศักดิ์ ในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก โดยเริ่มเดินเท้าทางไกลครั้งแรกในปี 2559 จาก อ.ไชยา ไปร่วมลงนามถวายพระพร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ที่ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมหาราชวัง ครั้งที่ 2 ปี 2560 เดินเท้าไปกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และครั้งที่ 3 ปลายปี 2560 ร่วมเป็นครูพี่เลี้ยง คณะเยาวชนลูกเสือ เนตรนารี โรงเรียนรัชประภาวิทยาคม อ.บ้านตาขุน เดินทางไกลถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กรุงเทพฯ และครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 ด้วยความตั้งใจจะไปร่วมในพิธีสำคัญครั้งประวัติศาสตร์