เมื่อวันที่ 11 มี.ค. ที่อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช มหาวิทยาลัยรามคำแหง ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และพล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. ร่วมกันเปิดงานอบรมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง “การสื่อสารเพื่อการบริการประชาชนของตำรวจในยุคไทยแลนด์ 4.0” โดยมีพล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.น.4

นายพรศักดิ์ พิทักษ์พูลสิน ประธาน อนุ กต.ตร.บก.น.4 และประธาน กต.ตร.สน.หัวหมาก และเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรกว่า 200 นายเจ้าร่วมงาน ทั้งนี้ พล.ต.ท.ศานิตย์ บรรยายพิเศษหัวข้อ “ภาพลักษณ์ตำรวจไทยยุคไทยแลนด์ 4.0”

ผศ.วุฒิศักดิ์ กล่าวว่า การอบรมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ ถือเป็นการบริการวิชาการแก่สังคมซึ่งเป็นหน้าที่หลักของม.รามคำแหง ในฐานะบุคลาการทางการศึกษา ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคมและทำหน้าที่ส่งเสริม ให้กำลังใจคนดีในการทำงาน รวมทั้งเสริมสร้างสังคมให้มีความเข้มแข็งด้วย ดังนั้นการอบรมในครั้งนี้ถือเป็นการได้ร่วมกันพัฒนาบุคลากร ข้าราชการตำรวจจราจรที่ต้องพบปะกับประชาชนจำนวนมาก ให้เกิดการสื่อสารและบริการที่ประทับใจ สมกับเป็นยุคไทยแลนด์ 4.0 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมต่อไป

ด้านพล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวถึงภาพลักษณ์ตำรวจไทยยุคไทยแลนด์ 4.0 ว่า ตำรวจเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ทุ่มเทกำลังแรงกาย แรงใจทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชน สังคม และประเทศชาติ การทำงานจึงต้อง “รุก รบ จบเร็ว” ไม่สะสมความเกียจคร้านหรือเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น ต้องทำทันทีให้จบทุกปัญหาโดยเร็ว เพื่อคลายความหวาดกลัว กังวลใจของประชาชน

ดังนั้น การทำงานของข้าราชการตำรวจไทยในยุค 4.0 ต้องพร้อมทุกเวลานาที หากมีเหตุร้ายเกิดขึ้นต้องพร้อมปฏิบัติงานเสมอและต้องทำภารกิจนั้นๆ ให้สำเร็จ รวมทั้งต้องนึกถึง ใจเขาใจเรา ทุกข์ของประชาชนคือทุกข์ของเราด้วย ดังพระพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ความว่า “ในบ้านเมืองนั้น มีทั้งคนดีและคนไม่ดี ไม่มีใครทำทุกคนให้เป็นคนดีได้ทั้งหมด การทำให้บ้านเมืองมีความปกติสุขเรียบร้อย จึงไม่ใช่อยู่ที่การทำให้ทุกคนเป็นคนดี หากอยู่ที่การส่งเสริมคนดีได้ปกครองบ้านเมืองและควบคุมคนไม่ดีไม่ให้ก่อความเดือดร้อนวุ่นวาย”

พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่ออีกว่า ขอให้ตำรวจทุกนายมุ่งมั่น ตั้งใจทำความดีและสิ่งที่เป็นประโยชน์ รวมทั้งต้องเป็นคนเก่ง มีความรู้ในด้านต่างๆ และที่สำคัญเป็นคนกล้าที่จะต้องทำความดีด้วย ตลอดจนคำนึงเสมอว่าสิ่งที่ทำเป็นหน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ เมื่อเกิดการจราจรติดขัดที่ใด ก็ต้องรีบเข้าไปแก้ไขอย่างฉับไว ซึ่งจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของข้าราชการตำรวจจราจรได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ต้องขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนที่สัญจรไปมาด้วย ซึ่งการอบรมกับวันนี้จะทำให้ข้าราชการตำรวจจราจรมีความมั่นใจ และได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆในการสื่อสาร และมีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น ทำให้ประชาชนเกิดความรัก ความเมตตา และประทับใจในการปฏิบัติหน้าที่ รวมทั้งในระดับชาติสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้นานาชาติ ช่วยกันทำให้เกิดความสงบ ปลอดภัย และจราจรติดขัดน้อยลง ขอให้ยึดหลัก “ทำดี ทำได้ ทำทันที และต้องมีสมาธิ” นำไปใช้ในการทำงานต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน