นายทหารข้าราชการบำนาญ ขับรถไปทำธุระระหว่างทางมีเก๋งขับแซงไปมา ก่อนหญิงคนขับจะลงมาโบกให้จอดรถอ้างว่าถูกเฉี่ยวรถเป็นรอย เรียกค่าเสียหาย 4 พัน พอเหยื่อยกมือถือถ่ายรูปกลับโวยวาย เร่งเร้าให้รีบจ่าย บอกมีเท่าไหร่ก็เอา อ้างรีบไปธุระ เหยื่อจำใจควักเงิน 800 ให้ไป นึกย้อนหลังมั่นใจว่าถูก แก๊งตบทรัพย์ เล่นงาน
แก๊งตบทรัพย์ / เมื่อวันที่ 13 พ.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพส์ตภาพรถเก๋งสีขาวคันหนึ่ง ทะเบียน กรุงเทพมหานคร พร้อมเล่าเหตุการณ์ว่า ผู้เป็นพ่อถูกหญิงวัยกลางคน ซึ่งเป็นคนขับรถเก๋งคันดังกล่าว เชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพ อ้างว่าตัวเองถูกขับรถเฉี่ยวได้รับความเสียหายแล้วเรียกเงินจากพ่อ 4,000 บาท แต่พอพ่อยกมือถือจะถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐานว่า มีเหตุรถเฉี่ยวชนกันหญิงคนขับรถเก๋งกลับแสดงอาการโวยวาย พร้อมเร่งเร้าให้จ่ายเงินค่าเสียหาย อ้างว่าจะรีบไปธุระ พอพ่อบอกไม่มีเงิน ก็บอกว่ามีเท่าไหร่ก็เอามา พ่อจึงจำใจควักเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าให้ไป 800 บาท จึงนำเรื่องราวมาโพสต์เตือนภัยในสังคมออนไลน์
จากนั้นผู้สื่อข่าวจึงติดต่อไปยังเหยื่อที่ถูกแก๊งมิจฉาชีพตบทรัพย์เรียกเงิน คือร.ต.ณัฐกรณ์ ภิรมย์สุข ข้าราชการบำนาญสังกัดค่ายทหารแห่งหนึ่ง
ร.ต.ณัฐกรณ์ เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟังว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ขับรถกระบะมาจากบ้านที่อ.นางรอง คนเดียวเพื่อจะเข้าไปทำธุระในตัวเมืองบุรีรัมย์ แต่พอขับมาถึงบ้านบริเวณบ้านระนามพลวง ต.หนองโสน อ.นางรอง ก็มีรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า แจ๊ส สีขาว ทะเบียน กรุงเทพมหานคร ขับแซงหน้าแล้วลดความเร็ว พอตัวเองทิ้งระยะห่างพอสมควร ดูจังหวะแล้วก็ขับแซงไป รถคันดังกล่าวก็ขับมาจี้ท้าย เป็นแบบนี้ 2-3 รอบระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร จึงเริ่มรู้สึกแปลกๆ แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีอะไร
กระทั่งมีรถกระบะสีน้ำเงินจำยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนไม่ได้ ขับมาประกบด้านหลังแต่ไม่ยอมแซงหน้า ทั้งที่รถตนเองก็ขับช้าๆ ความเร็วประมาณ 50 – 60 เท่านั้น แต่ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
กระทั่งจู่ๆ รถเก๋งคันดังกล่าวได้ขับไปดักข้างหน้าแล้วลงมาโบกให้ตนเองจอดรถ โดยบอกว่าตนเองขับรถปาดหน้าเฉี่ยวหน้ารถเก๋งของเขาได้รับความเสียหาย พร้อมทั้งเรียกเงินค่าเสียหายจำนวน 4,000 บาท ก็รู้สึกงงว่าไปปาดเหน้าตอนไหน พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ขับปาดหน้า หญิงคนดังกล่าวก็เร่งเร้าให้รีบจ่ายเงินเรื่องจะได้ไม่ถึงตำรวจ ซึ่งตนก็บอกไปว่างั้นไปโรงพักก็ได้ เพราะหากเรียกค่าเสียหายถึง 4,000 บาท ตนก็ไม่มีเงินจะจ่ายให้ เพราะมีเงินติดกระเป๋าแค่ 800 บาท
หญิงคนดังกล่าวจึงอ้างว่ามีเท่าไหร่ก็เอามา เพราะจะรีบไปทำธุระที่ จ.อุบลราชธานี จึงได้ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน บอกทางครอบครัวว่ามีเหตุรถเฉี่ยวชนกัน แต่หญิงคนดังกล่าวกลับแสดงอาการไม่พอใจพร้อมบังคับให้ลบรูปออก ซึ่งตนเองก็รู้สึกแปลกใจ เพราะหากบริสุทธิ์ใจจริงทำไมถึงห้ามถ่ายรูป แต่ด้วยความที่ไม่อยากมีปัญหาจึงยอมควักเงินที่มีอยู่ในกระเป๋าจ่ายให้ไป 800 บาท แล้วหญิงคนดังกล่าวก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
ร.ต.ณัฐกรณ์ กล่าวว่า เมื่อกลับไปบ้านก็เล่าให้ภรรยา และโทรศัพท์เล่าให้ลูกฟัง ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นแก๊งมิจฉาชีพที่เคยก่อเหตุตบทรัพย์ในหลายพื้นที่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้แจ้งความตำรวจ เพราะเห็นว่าเสียเงินไปไม่มาก แต่ก็อยากจะเตือนภัยผู้ที่ขับขี่รถไปไหนมาไหนคนเดียว โดยเฉพาะผู้สูงอายุ หรือผู้หญิง หากมีเหตุรถเฉี่ยวชนกันจริงก็ควรจะแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบ หรือช่วยเจรจาไกล่เกลี่ยจะดีกว่า เพราะนอกจากจะสูญเสียทรัพย์สินแล้วอาจจะเป็นอันตรายกับตัวเองด้วย