เปิดใจ! สาวกะเหรี่ยงปีนไผ่ หนีเสือ แอบฉุนผัว มีตั้งเยอะแยะ…ปีนต้นเดียวกันทำไม

หนีเสือ

เปิดใจ! สาวกะเหรี่ยงปีนไผ่ หนีเสือ แอบฉุนผัว มีตั้งเยอะแยะ…ปีนต้นเดียวกันทำไม

หนีเสือ / จากกรณีที่ ครูสาว โรงเรียนบ้านหินตั้ง ซึ่งครูเองเป็นชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง อาศัยอยู่ที่ บ้านจะแก หมู่ที่ 6 ต.ไล่โว่ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นหมู่บ้านสุดท้ายของอำเภอสังขละบุรี ที่ตั้งอยู่กลางป่าทุ่งใหญ่ ติด ต.แม่จัน อ.อุ้มผาง จ.ตาก โพสต์คลิปที่ถ่ายโดยหญิงสาวชาวกะเหรี่ยงบ้านจะแกคนหนึ่ง ขณะหนีเสือด้วยการปีนขึ้นไปหลบอยู่บนกอไผ่ กับสามี ซึ่งวีดีโอ ดังกล่าวมีความยาวกว่า 30 นาที

เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะหญิงสาวและสามี ขับรถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้านที่บ้านจะแก ต.ไล่โว่ บนเส้นทางลำลองกลางป่าทุ่งใหญ่ เส้นทาง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร สำนักงานใหญ่ ( ทินวย)-บ้านจะแก ซึ่งเป็นเส้นทางที่ต้องผ่านป่าเขา ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ และเป็นเส้นทางเดินและพื้นที่หากินของสัตว์ป่านานาชนิดที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร รวมทั้งเสือ

โดยปกติในเส้นทางดังกล่าวจะไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปใช้เส้นทาง นอกจากเจ้าหน้าที่และชาวบ้านที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางเข้าออก ซึ่งอาจเป็นความบังเอิญที่ 2 สามีภรรยา มาพบเสือขณะกำลังขับมอเตอร์ไซด์กลับบ้าน จนต้องทั้งกระเป๋าและมอเตอร์ไซด์ ก่อนปีนต้นไผ่ที่อยู่ข้างทางเพื่อเอาชีวิตรอดจากเสือตัวดังกล่าว

จากภาพและเสียงที่ถ่ายโดยหญิงสาวผู้เป็นภรรยา ที่ปีนขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าสามี นอกจากการบันทึกภาพแล้วเธอยังทำหน้าที่คอยบอกพฤติกรรมของเสือ เช่นคอยบอกสามีว่าเสือนอน นั่ง ออกเดิน เสือกำลังจ้องมองมาทีบนกอไผ่ที่ตนเองและสามีอยู่ ระยะห่างที่เสืออยู่ โดยบางครั้งแสดงที่พูดแสดงออกถึงความกลัว

โดยมีบางช่วงบางตอนที่เธอเอ่ยรำพังรำพันกับเสือเป็นภาษากะเหรี่ยงที่แปลได้ว่า “ตาจ๋า ยายจ๋า จะไปไหนก็ไปเถอะหนา อย่ามาคิดร้ายต่อกันเลย ต่างคนต่างไป เราทั้ง 2 คนก็มีธุระต้องกลับบ้าน อย่ามาแกล้งกันอย่างนี้เลยนะ” 

บางจังหวะที่เสือเดินเข้ามาใกล้เธอก็พยายามเรียกสามีที่อยู่ด้านล่าง ให้ปีนมาอยู่ใกล้ๆ พร้อมตำหนิสามี ที่เลือกปีนไผ่ต้นเดียวกับตนเอง เนื่องจากเกรงว่าไผ่จะหักโค่น ส่วนไผ่ที่ 2 สามีภรรยา เลือกปีนนั้น โชคดีที่เป็น ไผ่นวล ที่มีแขนงทำให้ง่ายต่อการปีนป่าย ที่สำคัญไผ่นวลมีลำต้นที่ใหญ่ และเนื้อไผ่มีความแข็ง

ส่วนผู้เป็นสามีจากภาพที่บันทึกได้ ไม่ได้กลัวเสือตัวนี้มากนัก บางครั้งยังมีการพูดหยอกล้อภรรยา ซึ่งช่วยให้ภรรยาผ่อนคลายในบางช่วง จนเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 30 นาที เสือตัวดังกล่าวได้ขับตัวและเดินจากไปไกลออกไป เขาจึงตัดสินใจลงจากกอไผ่ พร้อมชวนให้ภรรยาลงมา แต่ก็ได้รับการปฎิเสธ โดยเธอยังทำหน้าที่คอยดูเสือและบอกสามีเป็นระยะๆ

มีช่วงหนึ่งที่เธอบอกว่าดูเหมือนเสือจะหลับ สามีบอกให้ลงมาแล้วเราจะขับมอไซด์ด้วยความเร็วผ่านเสือเพื่อกลับบ้านกัน แต่เธอปฎิเสธ พร้อมพูดว่าถ้าเสืออยู่จนเช้า เธอก็ยืนยันที่จะอยู่บนกอไผ่จนเช้าเช่นกัน ก่อนจะถามสามีว่าถ้าเราจะย้อนกลับไปหน่วยฯ(หน่วยพิทักษ์ป่า)ไกลไหม สามีตอบว่าไม่ไกล ก่อนจะมีการยุติการบันทึกภาพ

จากภาพและการสนทนา..มีความเป็นไปได้ที่เหตุการณ์ครั้งนี้น่าจะเกิดขึ้นบนเส้นทางจากหน่วยพิทักษ์ป่าทิคอง-หน่วยมหาราช-ห้วยดงวี่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่พบรอยเท้าสัตว์ป่ามากที่สุด และชายที่เป็นสามีอาจเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ที่มีความคุ้นเคยกับสถานที่และสัตว์ป่า

รวมทั้งเสือซึ่งการที่เธอสามารถบันทึกภาพเสือได้ในช่วงเวลากลางวัน เผยให้เห็นพฤติกรรมของเสือในท่าทางต่างๆ ซึ่งน่าจะเป็นการบันทึกภาพเสือที่นานที่สุด โดยบุคคลที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่และไม่ใช่นักวิชาการ

บทความก่อนหน้านี้ตามคาด ‘หมอพรทิพย์-เนาวรัตน์’ สาย กปปส. นักต้านโกง พรึ่บ! นั่งเก้าอี้ ส.ว.สรรหา
บทความถัดไปดับฝัน! ‘สพฐ.’ ยัน ร.ร.ไม่เรียกรับ นร.เพิ่ม พร้อมส่งทีมตรวจเยี่ยมรับมือเปิดเทอม