ยาบ้าทะลักชายแดน ตร.ตั้งด่านสกัดจับ 3 หนุ่มลอบขนยาบ้า 2 แสนเม็ด ยัดกระสอบ ส่งลูกค้าในเชียงใหม่ ได้ค่าจ้าง 1 แสน รับทำมาแล้ว 3 ครั้ง

ยาบ้าทะลักชายแดน / เมื่อวันที่ 22 พ.ค. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. เปิดเผยถึงการจับกุมผู้ต้องหา ลับลอบลำเลียงยาเสพติดในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ ว่า ได้รับรายงานจาก กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติดสืบสวนภาค 5

ได้จับกุมตัว นายจะฟะ จะก่า อายุ 22 ปี นายสมพร จะลอ อายุ 30 ปี และ นายวงศกร จะลา อายุ 21 ปี พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน จำนวน 2 กระสอบ โดยแต่ละกระสอบบรรจุยาบ้าอยู่ประมาณ 100,000 เม็ด รวมของกลางประมาณ 200,000 เม็ด อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ แบบบรรจุกระสุนโดยการหักลำกล้องบรรจุทีละนัด จำนวน 1 กระบอกพร้อมลูกกระสุนรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน ผม-699 เชียงใหม่ จำนวน 1 คัน

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 ได้รับแจ้งจากสายลับ ว่าจะมีกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติด ลักลอบนำยาเสพติดจากพื้นที่แนวชายแดน โดยมีกลุ่มของนายนายจะฟะ นำรถกระบะยี่ห้อ โตโยต้า หมายเลข ผม-699 เชียงใหม่ และรถจักรยานยนต์ เป็นยานพาหนะในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด จำนวนมากจากพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้กับกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงร่วมกันออกตรวจสอบตามเส้นทางที่คาดว่ารถกระบะคันดังกล่าวจะใช้วิ่ง

จนกระทั่งพบว่ารถกระบะคันดังกล่าว จึงประสานไปยัง สภ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้ตั้งจุดสกัดกั้นชั่วคราวขึ้นที่ ตู้จราจรศรีบุญเรือง ต.ริมใต้ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ เพื่อตรวจสอบและจับกุม

รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ต้องหาได้รับการว่าจ้างให้ลักลอบนำมาจากพื้นที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ เพื่อนำไปส่งให้กับผู้ว่าจ้างในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้ค่าจ้างรวม 100,00 บาท โดยได้ค่าจ้างมาแล้วบางส่วน และเมื่อเดินทางไปถึงตัวเมืองเชียงใหม่แล้ว ทางผู้ว่าจ้างถึงจะให้เบอร์โทรศัพท์ผู้ที่รับปลายทาง โดยร่วมกันทำในลักษณะดังกล่าวมาแล้ว 3 ครั้ง

หลังการสอบสวนจึงแจ้งข้อหา“ร่วมกันกับพวกที่หลบหนี มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” และแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมให้กับ นายวงศกร จะลา (ผู้ต้องหาที่ 3) ว่า “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “ต่อสู้ขัดขวางและพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งได้กระทำการตามหน้าที่”

ที่ผ่านมาสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจับกุมล็อตใหญ่ๆ มาหลายครั้งแล้ว โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร ให้นโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นการปราบปรามจับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติด ทั้งรายใหญ่และรายย่อยในทุกระดับ ทำการซักถาม สืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้ร่วมขบวนมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ประกอบกับมุ่งเน้นให้สกัดกั้นการลักลอบลำเลียงขนส่งยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันไม่ให้ลำเลียงยาเสพติดเข้าไปพื้นที่ชั้นใน หรือแหล่งชุมชน รวมทั้งสถานศึกษาต่างๆ โดยให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกหน่วยงานในพื้นที่และหน่วยเฉพาะกิจเพิ่มมาตรการตั้งจุดตรวจ จุดสกัดโดยให้ตรวจเข้มในการตรวจคัดกรองยานพาหนะต่างๆ บุคคลต้องสงสัยอย่างเข้มงวด ตลอดจนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่สุ่มเสี่ยงชุมชน แหล่งที่มีการระบาดของยาเสพติดอย่างละเอียด เพื่อการป้องปรามอีกทางหนึ่ง

ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจบูรณาการกำลังกับทหาร ฝ่ายปกครอง และทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในด้านข้อมูลการข่าว และข้อมูลยาเสพติดโดยตลอดเพื่อช่วยกันแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังซึ่งถือว่าเป็นวาระแห่งชาติด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน