รวบกองกำลังติดอาวุธ ล่าสัตว์ป่า ของกลางเพียบ สารภาพสิ้น แจ้ง6ข้อหา
วันที่ 23 พ.ค. นายพนัชกร โพธิบัณฑิต หัวหน้าอุทยานแห่งชาติไทรโยค รองหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ พญาเสือ (กรมอุทยานฯ) เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 22 พ.ค. เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าอุทยานแห่งชาติไทรโยค ร่วมกับเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ ร่วมกันออกลาดตระเวนปราบปรามการกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติไทรโยค
เมื่อมาถึงบริเวณป่าเขาเลาะ หมู่8 ต.วังกระแจะ อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี อยู่ห่างจากชายแดนไทย-เมียนมาร์ ประมาณ 3 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการตัดไม้และใบลานลักษณะใหม่ จึงแกะรอยติดตาม จนพบชายสองคนกำลังนอนอยู่ในเปลภายในแคมป์พักแรมกลางป่า เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมและแสดงตนเป็นพนักงานเจ้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ เพื่อขอตรวจสอบ แต่ชาย 1 ใน 2 คน ได้วิ่งหลบหนีเจ้าหน้าที่ไป เจ้าหน้าที่ได้วิ่งตามไปแล้ว แต่ชายคนดังกล่าวอาศัยความรวดเร็วหลบหนีไปได้
เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัว ชายอีก 1 คนไว้ ทราบชื่อภายหลัง คือ นายซาตู ไม่มีนามสกุล อายุ 26 ปี เป็นชนกลุ่มน้อยกองกำลังติดอาวุธ KNU สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ภายในแคมป์พักแรม ตรวจสอบพบซากสัตว์ป่าจำนวนหนึ่ง และอาวุธปืนจำนวน 3 กระบอกพร้อมเครื่องกระสุน และนายซาตู รับว่าปืนทั้ง 3 กระบอก เป็นของตนและพวกอีกสองคน
ซึ่งคนที่หนึ่งวิ่งหลบหนีไปได้ ชื่อนายซาผุ่ย ไม่มีนามสกุล และชายคนที่สอง ซื่อนายกอรา ไม่มีนามสุกล ได้ออกจากแคมป์ไปก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมด และเร่งควบคุมตัวชายคนดังกล่าวออกจากพื้นที่เกิดเหตุ เนื่องจากชายคนดังกล่าวเป็นชนกลุ่มน้อยกองกำลังติดอาวุธ KNU
คณะพนักงานเจ้าที่ได้ถอนกำลังเพื่อความปลอดภัย และติดต่อไปยังที่ทำการอุทยานแห่งชาติไทรโยค เพื่อประสานขอเฮลิคอปเตอร์จากสำนักการบินอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการเข้ารับตัวผู้ถูกจับและชุดพนักงานเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนออกจากพื้นที่อย่างเร่งด่วน
นายพนัชกร กล่าวว่า กระทั่งเวลาประมาณ 17.40 น. ได้เคลื่อนย้ายเสร็จสิ้น คณะเจ้าหน้าที่จึงได้ดำเนินการตรวจสอบของกลางทั้งหมดที่ได้ตรวจยึดมาเพิ่มเติม จากการตรวจสอบของคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ปรากฏผล ดังนี้ อาวุธปืนกลมืออัตโนมัติ ยี่ห้อ Colt AR 15 ยิงกระสุนขนาด 5.56 มม. จำนวน 1 กระบอก แม็กกาซีนบรรจุกระสุน ขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 1 อัน กระสุนขนาด 5.56 ม.ม. จำนวน 38 นัด
อาวุธปืนยาวลูกซองเดี่ยว ยี่ห้อ Baikal ขนาดลำกล้องยาว 73 ซ.ม. ความยาวรวมพานท้าย 114 ซ.ม. จำนวน 1 กระบอก และกระสุนปืนลูกซองเบอร์ 12 จำนวน 7 นัด อาวุธปืนแก็ป ขนาดลำกล้องยาว 110 ซ.ม. ความยาวรวมพานท้าย 153 ซ.ม. จำนวน 1 กระบอก
จากการตรวจสอบซากสัตว์ป่า พบซากหมีขอรมควันมาจากตัวเดียวกัน 21 ชิ้น น้ำหนักรวม 3 กิโลกรัม และพบซากลิงกังรมควันมาจากตัวเดียวกัน 24 ชิ้น น้ำหนักรวม 2 กิโลกรัม ตรวจสอบชนิดของซากสัตว์ป่าที่ตรวจพบกับบัญชีสัตว์ป่าคุ้มครองท้ายพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 พบว่าหมีขอ เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 194 และลิงกัง เป็นสัตว์ป่าคุ้มครองจำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 150
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
![]()
จากการสอบถามชายคนดังกล่าวให้การว่าพวกตนได้เข้ามาล่าสัตว์ป่าตั้งแต่เมื่อวาน 21 พ.ค. เพื่อนำไปเป็นอาหาร โดยใช้อาวุธปืนที่พวกตนนำมาใช้ยิงสัตว์ป่าของกลาง เจ้าหน้าที่ได้พิจารณาแล้วว่าพฤติการณ์ของนายซาตู กับพวก ได้ลักลอบ นำอาวุธปืนเข้ามายังประเทศไทย และเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นการกระทำความผิดกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้ จึงทำบันทึกเพื่อส่งพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ดำเนินคดีใน 6 ข้อหา ประกอบด้วย
1. ฐานร่วมกันนำสัตว์ออกไป หรือทำประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่สัตว์ ตามมาตรา 16 (3) และมาตรา 24 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 2. ฐานร่วมกันเข้าไปในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 18 และมาตรา 27 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504
3.ฐานร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 4. ฐานร่วมกันล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 16 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535
5. ฐานรวมกันเก็บหาของป่าในเขตป่าสงวนแห่งชาติโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 และ 6.สำหรับความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 และแก้ไขเพิ่มเติม และความผิดฐานคนต่างด้าวหลบหนี เข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522