อ.เดชา พร้อมทีมเดินรณรงค์ แยกกัญชาออกจากยาเสพติด ถึงศาลากลางสุพรรณ จ่อชงข้อเสนอให้รบ.

อ.เดชา พร้อมทีมเดินรณรงค์ แยกกัญชาออกจากยาเสพติด ถึงศาลากลางสุพรรณ
อ.เดชา พร้อมทีมเดินรณรงค์ แยกกัญชาออกจากยาเสพติด ถึงศาลากลางสุพรรณ

อ.เดชา พร้อมทีมเดินรณรงค์ แยกกัญชาออกจากยาเสพติด ถึงศาลากลางสุพรรณ จ่อชงข้อเสนอให้รบ.

วันที่ 8 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากิจกรรมเดินเพื่อผู้ป่วย:กัญชารักษาโรค ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. นับเป็นเวลา 19 วัน และในวันที่ 20 มิ.ย.จะเป็นวันสุดท้าย ทั้งนี้คณะรณรงค์ได้เริ่มเดินเท้าออกจากวัดสับปะรดเทศ อ.ศรีประจันต์ จ.สุพรรณบุรี ตั้งแต่เวลา 08.00 มุ่งหน้าไปยังวัดป่าเลไลย์ อ.เมือง ซึ่งมีประชาชนเข้าร่วมเดินเท้ากว่า 300 คน โดยในช่วง 11.00 น. ได้แวะพักที่ศาลากลางจังหวัดซึ่งก่อนเดินทางถึงศาลากลางจังหวัด นายสุจินต์ วาจากิจ นายอำเภอเมือง จ.สุพรรณบุรี ได้ร่วมขบวนเดินเท้าด้วย

นายสุจินต์ กล่าวว่า ต้องการอำนวยความสะดวกให้ขบวนเดินเท้า ที่นำโดยนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิข้าวขวัญ เนื่องจากนายเดชาทำเพื่อประโยชน์ของผู้อื่นโดยเฉพาะผู้ป่วยซึ่งขณะนี้กระแสการใช้น้ำมันกัญชาได้เกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นจึงอยากให้ความรู้ถูกต้องกับประชาชน ซึ่งนายเดชาเป็นคนหนึ่งที่ได้พิสูจน์ด้วยตัวเอง

“โดยส่วนตัวแล้วผมเห็นว่า หากพิสูจน์ได้ว่าน้ำมันกัญชาสามารถรักษาผู้ป่วยได้จริงก็ควรสนับสนุนให้เป็นยารักษาโรคเหมือนกับสมุนไพรอื่นๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายตรงนี้คือความหวัง”นายอำเภอ กล่าว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี(BioThai) กล่าวว่า ได้มีการจัดทำข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและรัฐบาลโดยรวมรวมความคิดเห็นของประชาชนและเครือข่ายตลอดระยะเวลาการเดินเท้า และหลังจากทราบว่าใครดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใดในรัฐบาลก็จะมีการยื่นข้อเสนออีกครั้งเพราะมีหลายประเด็นที่รัฐมนตรีสามารถดำเนินการได้เลย

เช่น การแก้ไขประกาศกระทรวงสาธารณสุขที่เป็นปัญหาและอุปสรรคทั้งว่าด้วยเรื่องตำรับยาและหลักเกณฑ์หมอยาพื้นบ้าน รวมถึงระเบียบเรื่องของการปลูกกัญชาที่อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรและรัฐวิสาหกิจชุมชนแต่กำหนดเงือนไขต่างๆไว้มากมาย

“ตอนนี้อำนาจในการดูและแลการปฏิบัติเอื้ออำนวยให้ผู้ป่วยเข้าถึงยายาก เช่น เรื่องการรับรองตำรับยา รวมถึงการเข้าถึงวัตถุดิบ อย่างกรณีของกลางที่ ป.ป.ส. 22 ตันและเขาบอกว่ามีการตรวจพบสารปนเปื้อนจำนวนมาก ทำให้เราไม่สามารถเข้าถึงหรือนำไปใช้ในการผลิตยาได้”นายวิฑูรย์ กล่าว

ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 19 วันในการเดินเท้า เราได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนทุกระดับดีมาก ตอนแรกที่อาจารย์เดชาบอกว่าจะเดินเรายังไม่เห็นด้วยเพราะมันกระชั้นไป กลัวว่าจะเตรียมการไม่ทัน แต่สุดท้ายก็ยืนยันแล้วว่าท่านตัดสินใจถูกต้องเพราะได้รับการตอบรับจากประชาชนทั้งในแง่ปริมาณและคุณภาพ

เราได้เห็นภาพคนแก่ๆควักเงิน 20 บาทร่วมสมทบ ได้เห็นเด็กปั๊มร่วมบริจาค เราได้รับเสียงตอบรับจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ตลอดเส้นทางที่เราเดิน

ด้าน นายสมจิตร เพชรเขียว อายุ 80 ปี ชาวบ้านจากจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งร่วมเดินทางตั้งแต่ต้นกล่าวว่า ตนเป็นโรคหูดับ คือไม่ค่อยได้ยินเสียงแต่เมื่อใช้น้ำมันกัญชาหยอดเข้าไปในหูทำให้รู้สึกดีขึ้นและหายหูอื้อ แม้จะยังไม่หายสนิทแต่ก็มีแนวโน้มที่ดี และเห็นด้วยหมื่นเปอร์เซ็นที่ควรแยกกัญชาออกจากบัญชียาเสพติด เพราะมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ต้องการใช้น้ำมันกัญชาเป็นทางเลือกในการรักษาแต่พวกเขาไม่รู้ว่าจะไปหาที่ไหน

บทความก่อนหน้านี้จับทีมสื่อทีวีดัง หลอกเด็กถ่ายคลิปโป๊-แบล็กเมล์ เอาไปขาย ผงะค้นบ้านหลักฐานอื้อ!
บทความถัดไป‘ถิรวัฒน์’ แชมป์กอล์ฟ สิงห์ เอสเอที ไทยแลนด์ พีจีเอ ทัวร์ ที่เอเวอร์กรีนฯ