ชายขับเบนซ์กร่าง! อ้างเป็นข้าราชการ กระทืบรถแท็กซี่ ขู่คนขับ “กูจะยิงมึงให้ตาย”

จากกรณีภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพรถแท็กซี่ บริเวณจุดกลับรถ(ยูเทิร์น)หน้าปากซอยพหลโยธิน 48 ถนนพหลโยธิน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กทม. กำลังจะอยู่เทิร์นกลับรถ แต่มีรถเบนซ์ สีดำ ขับเลยไป เพียงเล็กน้อย และคนขับรถเบนซ์คันดังกล่าว เดินลงมากระทืบที่ประตูหน้าฝั่งตรงข้ามคนขับ จากนั้นได้พยายามมาเปิดประตูฝั่งคนขับ ขณะนั้นรถเบนซ์ สีดำที่จอดอยู่ได้ไหลถอยมาชนรถแท็กที่คันดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา

ล่าสุดวันที่ 19 มิ.ย. นายยุทธพิชัย เทียนสว่าง อายุ 51 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตนกำลังจะขับรถไปรับภรรยาที่ห้างโลตัส หลักสี่ เมื่อขับรถมาถึงถนนพหลโยธิน ฝั่งขาออก ก่อนถึงจุดยูเทิร์น หน้าปากซอยพหลโยธิน 48 พบรถเบนซ์สีดำขับตามมาแบบเร่งเครื่อง พอใกล้ถึงก็เบรก ทำแบบนั้นอยู่ 2 ครั้ง กระทั่งมาถึงจุดยูเทิร์น ตนก็วิ่งเข้าเลนขวาเพื่อชลอกลับรถ แต่รถเบนซ์ก็ขับเลยไปและจอดหยุด คนขับก็เดินลงใช้เท้าทีบประตูรถตน

นายยุทธพิชัย กล่าวต่อว่า จากนั้นก็เดินวนอ้อมหน้ารถมากระชากประตูฝั่งคนขับคล้ายกับจะหาเรื่อง พร้อบกับพูดว่า “มึงรู้ไหมว่ากูเป็นใคร กูเป็นข้าราชการ ขับรถหลวงนะ” ตนก็ลงไปเมื่อคู่กรณีเห็นว่าตนรูปร่างสูงตัวใหญ่กว่า ชายคนดังกล่าวก็ผงะออกไป ก่อนจะเดินไปเปิดฝากระโปรงท้ายรถและพูดว่า “กูจะเอาปืนมายิงมึงให้ตาย”

“ผมเลยอยู่ห่างๆเพราะกลัวว่าเขาจะมีปืนจริงๆ ตอนนั้นมีคนอื่นๆที่อยู่บริเวณนั้นเริ่มมองกันเยอะ ชายคนดังกล่าวจึงเดินขึ้นรถปิดประตู ก่อนจะถอดหมวกและขับรถหลบหนีไป” นายยุทธพิชัย กล่าว

นายยุทธพิชัย กล่าวต่อว่า ลักษณะการแต่งกายของชายคนดังกล่าว ใส่กางเกงขายาวสีกรม เสื้อคอกลมสีขาว และหมวกสีกรม มีดอกช่อราชพฤกษ์สีเหลืองที่ปีกหมวกประกอบกับคำที่บอกว่าตัวเองเป็นราชการ ก่อนขึ้นรถเบนซ์ชายคนดังกล่าวคงกลัวว่าคนจะรู้จึงถอดหมวกออก โดยไว้ทรงผมข้างเกรียน อายุประมาณ 30 ปี

“ผมไม่เคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนไม่เคยขับรถปาดหน้า หรือด่าทอกัน ยังงงอยู่ว่าทำไมเขาถึงมาทำแบบนี้ยิ่งเป็นข้าราชการควรมาคุยกันดีๆมีเหตุผล ซึ่งขณะเกิดเหตุผมพยายามถามว่ามีอะไรค่อยๆคุยกัน เขายังบอกว่าไม่คุย” นายยุทธพิชัย กล่าว

ด้าน พ.ต.ท.อนันต์ วรสาตร์ รอง ผกก.สส.สน.บางเขน เปิดเผยว่า หลังจากนี้ได้สั่งการให้กำลังฝ่ายสืบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจดูกล้องวงจรปิดหาภาพช่วงบริเวณที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบหมายเลขทะเบียนรถเบนซ์คันดังกล่าวว่าผู้ใดเป็นของรถ เพื่อติดตามตัวชายคนที่ขับรถเบนซ์มาสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน