หนุ่มถูกยิง 5 นัด กลางตลาดบ้านโป่ง ผ่านมา 1 เดือนคดีไม่คืบ ครอบครัวผวาย้ายบ้านหนี
จากกรณี นายพชร ไชยเรืองกิตติ อายุ 35 ปี ชาวอ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด.32 จำนวน 5 นัด เข้าศีรษะ ท้ายทอยและหลัง ได้รับบาดเจ็บ จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจาก สภ.บ้านโป่ง เพียง 200 เมตร ท่ามกลางสายตาประชาชนจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 พ.ค. ที่ผ่านมา
คืบหน้าล่าสุด วันที่ 21 มิ.ย. นายพชร กล่าวว่า ขณะนี้ตนและครอบครัวย้ายออกนอกพื้นที่ ไม่ได้พักอาศัยอยู่ใน อ.บ้านโป่งแล้ว เนื่องจากกลัวความไม่ปลอดภัย เพราะคนร้ายน่าจะทราบแล้วว่าตนยังมีชีวิตอยู่ โดยในวันเกิดเหตุช่วงเช้าตนเดินมาในครัวหลังบ้าน เห็นคนร้ายจอดรถจักรยานยนต์สีดำแดงอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านมองมาที่ตน ลักษณะเป็นชายสวมหมวกและหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า
นายพชร กล่าวต่อว่า แต่ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องจากคิดว่าเป็นชาวบ้านมาจอดรถซื้อสินค้าในตลาด กระทั่งตนขี่รถจักรยานยนต์ ออกไปซื้อนมให้ลูก ก็เห็นชายคนดังกล่าวขี่ตามออกมา เมื่อถึงซอยร้านค้า ตนกำลังจะเลี้ยวขวาข้ามถนน คนร้ายได้ขี่แซงซ้ายขึ้นมา ก่อนจ่อยิงเข้าที่หลัง จนตนล้มคว่ำหน้าลง แล้วเดินเข้ามายิงซ้ำที่ศีรษะอีก 4 นัด ก่อนขี่รถหลบหนีไป
“จึงรวบรวมสติลุกขึ้นมาขอความช่วยเหลือจากคุณป้าท่านหนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อให้ช่วยนำส่งโรงพยาบาล ในใจก็คิดว่าห้ามหลับอย่างเด็ดขาด แล้วก็นึกถึงคุณพระพุทธ คุณพระสงฆ์ ทั้งหลวงปู่ทวด สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกพระองค์ที่19 ซึ่งเป็นพระอาจารย์ เมื่อครั้งที่บรรพชา ณ วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร คุณแม่ และภรรยา จนรอดชีวิตมาได้” นายพชร กล่าว
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่![]()
นายพชร กล่าวต่อว่า ปัจจุบันร่างกายของตนมีอาการดีขึ้นมากแล้ว เหลือเพียงร่องรอยบาดแผล และอาการปวดศีรษะบ้างบางครั้ง แต่ในส่วนของสภาพจิตใจ ยอมรับว่าตนและทุกคนในครอบครัวกลัวมาก จนต้องย้ายออกจากพื้นที่ สำหรับปมการก่อเหตุที่ชาวบ้านวิจารณ์ในกรณีชู้สาว ตนยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว
นายพชร กล่าวต่อว่า ส่วนการแก้แค้นของคู่อริเก่า ก็เป็นไปไม่ได้ เพราะตนเลิกเป็นนักเที่ยวนักดื่มมานานกว่า 10 ปีแล้ว แต่ปัญหาเดียวที่ตนมองไว้คือ ก่อนหน้านี้ตนเคยเข้าร้องเรียนต่อหน่วยงานท้องถิ่น กรณีก่อสร้างปูพื้นทางเดินเท้า แต่ใช้วัสดุกระเบื้องไม่เหมาะกับการใช้งานจริง เมื่อโดนน้ำจะลื่น จนมีชาวบ้านโดยเฉพาะผู้สูงอายุลื่นหกล้มกันบ่อยครั้ง
นายพชร กล่าวต่อว่า สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของคนร้ายที่ลงมือยิง ตนขออโหสิกรรมให้ ไม่ขอผูกใจเจ็บ แต่ในทางกฎหมายก็ต้องดำเนินไป นอกจากนั้นอยากฝากคำขอบคุณไปถึงคุณป้าพลเมืองดี ที่ได้ช่วยนำตนส่งโรงพยาบาลในวันนั้น ถ้ามีโอกาสได้พบคุณป้า ก็อยากเข้าไปกราบขอบพระคุณท่านด้วยตนเอง
ทั้งนี้ นายพชร จะเดินทางไปยังกองบังคับการปราบปราม กทม. เพื่อเข้าร้องทุกข์เรื่องดังกล่าว ให้ช่วยเร่งติดตามหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุโดยเร็ว เนื่องจากห่วงเรื่องความปลอดภัยในอนาคต