นายช่างอบต.สุดงง! โดนใบสั่ง ข้อหาขับรถเร็ว 3 ใบซ้อน ทั้งๆที่ไม่ได้ไปไหนเลย

โดนใบสั่ง

นายช่างอบต.สุดงง! โดนใบสั่งขับรถเร็ว 3 ใบซ้อน ทั้งๆที่ไม่ได้ไปไหนเลย เผยออกรถคันนี้มา 12 ปี ยังไม่เคยขับไป จ.สมุครสงคราม หรือจ.เพชรบุรีเลย ใช้ขับแค่บ้านมาที่ทำงานเท่านั้น เผยภาพถ่ายเห็นรถคันก่อเหตุชูมือขึ้นเหมือนท้าทายตำรวจว่าไม่สามารถจับตัวได้ คาดปลอมแปลงเลขทะเบียน

โดนใบสั่ง / เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ที่องค์การบริหารส่วนตำบลหัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม นายสมยศ จันทะรักษ์ นายช่างโยธาอาวุโส อบต.หัวขวาง ร้องเรียนสื่อมวลชนว่า รถของตนถูกออกใบสั่งข้อหาขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด จากสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.นครปฐม และสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง จ.เพชรบุรี รวม 3 ใบ

โดยที่รถคันที่ถูกถ่ายรูปใบสั่ง มีการปลอมแปลงปิดบังหมายเลขทะเบียนรถ โดยนำบางสิ่งบางอย่างมาปิดทับหมายเลขตัวสุดท้ายไว้ ทำให้ 3 หมายเลขด้านหน้า ตรงกับทะเบียนรถของตนเอง ทำให้ตนเองได้รับความเดือดร้อน โดนใบสั่งถึง 3 ใบ ทั้งๆ ที่ไม่เคยขับรถไปเส้นทางดังกล่าว อีกทั้งเกรงว่ารถคันที่ก่อเหตุจะทำสิ่งผิดกฎหมาย จึงเข้าลงบันทึกประจำวันไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โกสุมพิสัย และร้องเรียนต่อสื่อมวลชน ให้เจ้าหน้าที่เร่งติดตามเจ้าของรถคันดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายสมยศ จันทะรักษ์ นายช่างโยธาอาวุโส อบต.หัวขวาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม เล่าว่า รถของตนเป็นรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า ซีวิค หมายเลขทะเบียน ชป957 กรุงเทพมหานคร โดยเมื่อวันที่ 24 เม.ย.62 ตนเองได้รับใบสั่งจากสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เพื่อไปเสียค่าปรับ ข้อหาขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด เหตุเกิดที่ ทล.4 กม.117-118 ต.หนองกระทุ่ม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ซึ่งมีภาพถ่ายระหว่างที่รถวิ่งผ่านกล้องตรวจจับความเร็ว อยู่ที่ 163 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ครั้งที่ 2 วันที่ 9 พ.ค.62 ได้รับใบสั่งจากสถานีตำรวจทางหลวง 1 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง อ.เมือง จ.นครปฐม เหตุเกิดที่ ต.แพรกหนามแดง อ.อัมพวา จ.สมุทรสาคร ความเร็วอยู่ที่ 154 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และครั้งที่ 3 วันที่ 30 พ.ค.62 ได้รับใบสั่งจากสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจทางหลวง อ.เมือง จ.เพชรบุรี เหตุเกิดที่เหตุเกิดที่ ทล.4 กม.117-118 ต.หนองกระทุ่ม อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี

ซึ่งมีภาพถ่ายระหว่างที่รถวิ่งผ่านกล้องตรวจจับความเร็ว อยู่ที่ 125 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยครั้งนี้รถคันก่อเหตุได้ยื่นมือออกมานอกรถ และชูมือขึ้นเหมือนเป็นการท้าทายเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าอย่างไรก็ไม่สามารถจับได้ เพราะปลอมแปลงเลขทะเบียน

จากที่สังเกตจากใบสั่งที่ส่งมาถึงนั้น มีการนำบางอย่างมาปิดบังหมายเลขตัวสุดท้าย ทำให้เลข 3 ตัวหน้า เหมือนกับรถของตน ทำให้ตนได้รับความเดือดร้อน อีกทั้งรถของตนไม่มีไฟตัดหมอก แต่รถคันก่อเหตุมีไฟตัดหมอก ทำให้ตนเองไม่สบายใจ ที่อยู่ดีๆ ก็โดนใบสั่ง ทั้งๆ ที่ไม่ได้เดินทางไปไหนเลย แต่ความเดือดร้อนก็มาถึงประตูบ้าน

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่เพิ่มเพื่อน

ซึ่งทั้ง 3 ครั้ง ตนไปลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.โกสุมพิสัย และแจ้งไปยังหน่วยงานต้นสังกัดที่ออกใบสั่งให้ตนเองแล้ว ซึ่งตนได้รับการยกเว้นค่าปรับไปแล้ว โดยตั้งแต่ตนออกรถคันนี้มา 12 ปี ยังไม่เคยขับรถไปทางแถบ จ.สมุครสงคราม หรือจ.เพชรบุรีเลย รถคันนี้จะใช้ขับแค่จากบ้านมาที่ทำงานเท่านั้น แต่ตนยังมีความกังวล เกรงว่าหากรถคันดังกล่าวไปก่อเหตุผิดกฎหมาย จะนำเรื่องเดือดร้อนมาสู่ตน และอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุตัวจริง มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างในการกระทำความผิดอีก

บทความก่อนหน้านี้เพื่อไทย จี้ ‘อุตตม’ ตอบเอง! ปมปล่อยเงินกู้แบงก์กรุงไทย อย่าหลบหลังคนอื่น!
บทความถัดไป‘โดม’ปล่อยวางความกังวลงานวิวาห์ ไม่มีเพอร์เฟ็กต์เต็มร้อย-ขำอำซองใส