‘ชัยภูมิ’รู้จักแล้วจะรัก โชว์ของดี‘ทุเรียนโอโซน-สะตอ’ : รายงานพิเศษ

‘ชัยภูมิ’รู้จักแล้วจะรัก โชว์ของดี‘ทุเรียนโอโซน-สะตอ’ : รายงานพิเศษ – ต้องขอสารภาพก่อนว่ามีโอกาสไปชัยภูมิน้อยครั้ง และไม่ค่อยมีความรู้เรื่องของจังหวัดนี้มากนัก แต่โชคดีปีนี้ได้ไปทำข่าวที่เมืองเจ้าพ่อพระยาแลหลายครั้งหลายหน เลยทำให้ได้รู้ว่าเมืองนี้รู้จักแล้วจะรักอย่างที่ผู้ว่าฯ ชัยภูมิคนปัจจุบัน “ณรงค์ วุ่นซิ้ว” บอกจริงๆ เพราะที่นี่ใช่จะเป็นเมืองที่มีธรรมชาติสวยงามเท่านั้น โดยมีอุทยานแห่งชาติถึง 4 แห่ง ทั้ง อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม อุทยานแห่งชาติไทรทอง อุทยานแห่งชาติภูแลนคา และ อุทยานแห่งชาติตาดโตน แต่ยังมีของดีของเด่นอีกหลายอย่าง อาทิ ผลไม้ที่กำลังมาแรงอย่างทุเรียนโอโซน หรือผลไม้อื่นๆที่ภาคตะวันออกปลูกกัน รวมถึงสะตอที่เกษตรกรนิยมปลูกกันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากขายได้ราคาดี ตกกิโลกรัม(ก.ก.)ละ 70-100 บาท ที่สำคัญไม่ต้องไปดูแลอะไรมาก ประเภทปลูกแล้วให้เทวดาช่วยรดน้ำ

ผาหำหดที่อุทยานฯ ไทรทอง อ.หนองบัวระเหว

เพราะจะได้ไปชมทุ่งดอกกระเจียวบานสะพรั่งที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง แต่ความจริงมาเที่ยวฤดูไหนก็ได้เพราะก็มีความสวยงามไปคนละแบบกัน

ทุ่งกระเจียวที่อุทยานฯป่าหินงาม

จุดเด่นของชัยภูมิที่น่าพูดถึงคือ เป็นเมืองฟาร์มกังหันลม หรือวินฟาร์ม เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งถ้าไปที่อ.เทพสถิต และอ.ซับใหญ่ จะเห็นกังหันลมอันใหญ่ยักษ์ตั้งตระหง่านเป็นทิวแถว

วันก่อน“นายสมชาย ชมภูน้อย” ผอ.ททท. ภูมิภาคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้จัดแถลงข่าว “โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยว ฤดูฝนภาคอีสาน” ชวนเที่ยวอีสานหน้าฝน ฤดูท่องเที่ยวอีสานที่สวยงามที่สุด กับ

แคมเปญ “อีสานเขียว” เที่ยวหน้าฝน เที่ยวค้นหาความสุข ที่โรงแรมเลิศนิมิตร จ.ชัยภูมิ โดยในงานผู้ว่าฯ ณรงค์ก็มาเป็นประธานเปิด และได้ระบุว่าทุเรียนชัยภูมิรสชาติอร่อย แต่อาจจะมีไม่เพียงพอที่จะส่งขายนอกพื้นที่ ดังนั้นต้องมาชิมกันที่ชัยภูมิเอง ซึ่งเมืองนี้มีความอุดมสมบูรณ์ ไม่ใช่แห้งแล้งอย่างที่หลายคนคิด อีกทั้งสามารถปลูกพืชผักผลไม้ได้เหมือนภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “สะตอ”

 

ช่วงนี้สะตอกำลังออกฝัก

หลังแถลงข่าวเสร็จผอ.สมชายยังได้พากองทัพนักข่าวจากส่วนกลางไปชมทุ่งดอกกระเจียวที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม และที่อุทยานแห่งชาติไทรทอง ซึ่งช่วงที่ไปยังออกดอกไม่เยอะนัก เพราะปีนี้ออกช้ากว่าทุกปี แต่ช่วงกลางเดือนก.ค.นี้จะเยอะเต็มทุ่ง

ด้าน นาย มนตรี ชาลีเครือ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด(อบจ.)ชัยภูมิ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีอุทยาน มากถึง 4 แห่ง มีเรื่องธรรมชาติค่อนข้างเยอะ เพียงแต่ว่าบางคนคิดว่าเป็นทางผ่าน ทั้งที่เป็นเมืองที่ น่าท่องเที่ยว ยกตัวอย่าง ถ้าจะกินทุเรียนอร่อยต้องมาในช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบาน ประมาณเดือนมิ.ย. ทุเรียนออกพอดี นักท่องเที่ยวมาจองกันขายก.ก.ละประมาณ 140 บาท ซึ่งปีนี้มีการจัดวันทุเรียนโอโซนช่วง 15 มิ.ย.ที่ผ่านมาตรงกับวันเปิดงานทุ่งดอกกระเจียว

ชาวบ้านในต.บ้านไร่ปลูกทุเรียนไว้ในบริเวณบ้าน

ปัจจุบันพื้นที่ปลูกทุเรียนยังไม่เยอะ โดยปลูกที่อ.เทพสถิตเป็นหลัก ส่วนใหญ่ปลูกหมอนทอง ทางจังหวัดเองก็มีนโยบายให้เพิ่มพื้นที่ปลูกเพราะทุเรียนเป็นที่ต้องการของประเทศที่มีกำลังซื้อสูงอย่างจีน ตอนนี้มีเท่าไหร่ก็ไม่พอขาย ซึ่งทุเรียนหนึ่งต้นออกผลผลิตมาไม่ต่ำกว่าหมื่นบาท ไร่หนึ่งปลูก 22 ต้น ได้เงินประมาณ 2 แสนบาท รสชาติอร่อย เนื่องจากพื้นที่ที่ปลูกสูงจากระดับน้ำทะเล 400 เมตรเป็นอย่างน้อย อีกอย่างเป็นเรื่องของอากาศ

ในการมาทำข่าวครั้งนี้ได้ชิมทุเรียนหมอนทอง และก้านยาว บอกได้คำว่าเดียวว่า “อร่อย” สมคำร่ำลือจริงๆ และจากการสอบถามเกษตรกรหลายคนพูดตรงกันว่า จะเน้นเก็บทุเรียนที่แก่จัดจริงๆ จะไม่เก็บทุเรียนอ่อนขายให้นักท่องเที่ยวเด็ดขาด ส่วนใหญ่จะขาย กันก.ก.ละ 120-180 บาท

นอกจากจะปลูกทุเรียนและผลไม้อื่นๆ อย่างลำไย มังคุด ฯลฯ กันแล้ว มีเกษตรกรจำนวนไม่น้อยหันมาปลูกสะตอกันมากขึ้น เดิมปลูกกันตามหัวไร่ปลายนาหรือปลูกใกล้ๆบ้าน ครอบครัวละไม่กี่ต้น แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้มีเกษตรกรจำนวนมากหันมาปลูกสะตอกันเพิ่มขึ้น เพราะเห็นรายได้ก้อนโต ที่สำคัญไม่ต้องไปใส่ปุ๋ยหรือมีปัญหาแมลงรบกวนอะไร

ประเสริฐ แดนทองหลาง

อย่าง นายประเสริฐ แดนทองหลาง ผู้ใหญ่บ้านเทพพนา หมู่ที่ 10 ต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เล่าว่า ลูกบ้านมีทั้งหมด 382 ครัวเรือน ปลูกกันเกือบหมดทุกครอบครัว แต่ไม่ได้เป็นแปลงใหญ่มากสุด 5-6 ไร่ น้อยสุดปลูก 3-5 ต้น ราคาส่งที่เก็บจากสวนตกก.ก.ละ 60 บาท จากนั้นพ่อค้านำมาขายต่อก.ก.ละ 70-90 บาท อย่างบ้านตนเองปลูกสะตอมา 5-6 ปีแล้ว จำนวน 30 กว่าต้น โดยปลูกตามแนวเขตริมรั้ว ออกฝักได้ 2 ปีแล้ว

“ผมว่าสะตอที่นี่อร่อยกว่าของภาคใต้ เพราะกลิ่นไม่ฉุน กินแล้วไม่ค่อยออกกลิ่นแรง ช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบานจะมีสะตอขายเป็นหลัก ราคาน่าจะแพงกว่าของที่ใต้ การปลูกสะตอที่นี่ป็นอาชีพเสริมให้กับชาวบ้าน เป็นรายได้เสริมช่วงกลางปีตั้งแต่เดือนธันวาคม-มีนาคม เพราะว่ามันสำปะหลังราคาไม่ดี”

เกษตรกรในอ.เทพสถิตหลายรายหันมาปลูกพืชผักผลไม้แบบผสมผสาน อย่างเช่น ปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด อะโวคาโด เสาวรส หม่อน และสะตอ ฯลฯ เพื่อให้มีรายได้ตลอดทั้งปี ในขณะที่บางบ้านเปิด เป็นโฮมสเตย์ให้นักท่องเที่ยวได้มาพัก ซึ่งเป็นรายได้เสริมอีกอย่าง

นายบุญชู ชูใจ เป็นเกษตรกรของต.บ้านไร่ อ.เทพสถิต อีกรายที่ทำสวนแบบผสมผสาน เขาเล่าว่า นอกจากปลูกผลไม้หลากชนิดแล้วยังปลูกสะตอด้วย พอ 3 ปีก็ให้ผลผลิตแล้ว เดิมปลูก 20 กว่าต้น แต่ต่อมาปลูกเพิ่มอีกเป็นต้นเล็กๆมี 40-50 ต้นโดยใช้วิธีเพาะเมล็ด และเพาะเพิ่มอีกพันกว่าต้น การดูแลก็ไม่มีอะไรมากแค่ใส่ปุ๋ยขี้วัวเท่านั้น

ช่วงหน้าฝนนี้ใครยังไม่มีโปรแกรมไปเที่ยวไหน ขอแนะนำให้ไปเมืองเจ้าพ่อพระยาแล เพราะนอกจากจะได้เห็นทุ่งกระเจียวละลานตาแล้ว ยังได้ชิมผลไม้อร่อยๆ ของที่นี่ด้วย โดยเฉพาะทุเรียนโอโซน…รับรองติดใจแน่ พูดได้เต็มปากว่ารสชาติไม่แพ้ทุเรียนที่ไหนเลย

ภาวิณีย์ เจริญยิ่ง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน