เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 24 มี.ค. ที่หมู่บ้านประมง บ้านหัวแหลม ม.7 ต.สนามไชย อ.นายายอาม จ.จันทบุรี น.ส.ชลาทิพย์ จันทร์ชมพู นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทย ฝั่งตะวันออก จ.ระยอง พร้อมด้วย นายนิวัติ ธัญญะชาติ อายุ 39 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน ซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิด้านประมงชายฝั่ง คณะกรรมการประมงชายฝั่ง จ.จันทบุรี ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และชาวประมงพื้นบ้าน ร่วมกันตรวจสอบซากโลมาขนาดใหญ่ที่ถูกคลื่นทะเลซัดขึ้นมาเกยฝั่ง ภายในอ่าวคุ้งกระเบน หลังมีชาวประมงในพื้นที่ไปพบเข้าโดยบังเอิญเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา
จากการตรวจสอบซากโลมาที่พบเป็นโลมาสีชมพูหรือตามที่ชาวบ้านเรียกกันว่า โลมาหลังโหนก เพศเมีย โตเต็มวัย อายุราว 20 ปี ความยาวประมาณ 2 เมตร ตายมาแล้วประมาณ 8-10 วัน สภาพเน่าเปื่อย ตรวจสอบตามลำตัวเบื้องต้น ไม่พบบาดแผล หรือร่องรอยการทถูกทำร้ายจากเครื่องมือทำประมง
น.ส.ชลาทิพย์ จันทร์ชมพู นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทย ฝั่งตะวันออก จ.ระยอง จึงทำการตัดเอาชิ้นเนื้อบางส่วนกลับไปตรวจสอบหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด ส่วนซากโลมาที่พบได้ประสานให้ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและชาวบ้าน ทำการฝั่งกลบชั่วคราว หลังจากทราบผลการชันสูตรแล้วจึงจะทำการขุดเอาซากกลับไปไว้ที่ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล จ.ระยอง ต่อไป
ด้าน นายนิวัติ ธัญญะชาติ เปิดเผยว่า โลมาสีชมพูหรือโลมาหลังโหนกตัวดังกล่าว ตายมาจากทะเลก่อนจะถูกคลื่นซัดมาเกยฝั่งด้านในของอ่าวคุ้งกระเบน ในสภาพที่เน่าเปื่อย จากการตรวจสอบเบื้องต้นร่วมกับ นักวิชาการประมงชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลฯ สันนิษฐานว่าโลมาน่าจะป่วยตาย เนื่องจากไม่พบบาดเจ็บตามลำตัว อย่างไรก็ตาม ต้องรอผลการตรวจสอบจากชิ้นเนื้อ ที่นักวิชาการนำไปตรวจสอบ ถึงจะระบุสาเหตุการตายที่แน่ชัดได้ต่อไป ส่วนในพื้นที่บ้านหัวแหลม ต.สนามไชย อ.นายามอาม ซึ่งเป็นรอยต่อที่ตั้งของอ่าวคุ้งกระเบนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ตลอดจนเนินนางพญา แหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของจังหวัด ไม่ได้พบเห็นโลมาสีชมพูมานานกว่า 3 ปีแล้ว

