โอละพ่อ! สาวนอนเปลอ้างถูกปล้นครึ่งแสน สารภาพสิ้นปมหมดตัว ผัวรู้เข่าแทบทรุด!

โอละพ่อ! สาวนอนเปลข้างบ้าน ลงทุนแจ้งตำรวจถูก 2 คนร้ายใช้ปืนจี้-ปล้นครึ่งแสน ตำรวจพบพิรุธ เค้นสอบนาน 4 ชั่วโมง ก่อนเปิดปากรับสารภาพสิ้น ผัวรู้เข่าแทบทรุด

จากกรณี น.ส.ปิยนุช สุภาพสุนทร อายุ 30 ปี นอนพักผ่อนอยู่ข้างบ้านเพียงลำพัง โดยอ้างว่าถูกคนร้ายปีนกำแพงข้างบ้านสูงกว่า 2 เมตร ย่องมาใช้ปืนจี้ชิงทรัพย์มูลค่ากว่า 40,000 บาทกลางวันแสก ๆ ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไป ที่บ้านหนองกบ ต.โคกเครือ อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ ต่อมาตำรวจพบข้อพิรุธหลายจุด อีกทั้งไม่มีวัตถุพยานและวัตถุแวดล้อมในที่เกิดเหตุ นอกจากนี้ ยังพบว่า น.ส.ปิยนุชมีพฤติกรรมเล่นการพนันบ่อยครั้ง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเวลา 03.00 น. วันที่ 9 ก.ค. พ.ต.ท.สรวิศ สินนา สารวัตร(สอบสวน) สภ.หนองกุงศรี ได้เชิญตัว  น.ส.ปิยนุช สุภาพสุนทร และ นายประยูร ศรีบุญฮุง สามี มาสอบปากคำ โดยแยกห้องสอบปากคำทั้งสอง ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง เพื่อไขข้อพิรุธจากที่เกิดเหตุประกอบการให้การของชาวบ้านพบเห็น น.ส.ปิยนุชไปเล่นการพนันบ่อยครั้ง

จากการสอบสวน น.ส.ปิยนุช ให้การยอมสารภาพว่า ระหว่างวันที่ 5 ก.ค.ถึงช่วงเที่ยงของวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ไปเล่นการพนันไฮโลภายในหมู่บ้านหนองกบและได้นำสร้อยทองไปขายและนำแหวนทองคำน้ำหนัก 1 สลึง 1 วง ไปจำนำกับเจ้ามือวงไฮโลภายในหมู่บ้านในราคา 4,000 บาท พร้อมกับเงินจำนวน 20,000 บาทที่สามีไปกดจากตู้กดเงินสด นำเงินทั้งหมดไปเล่นไฮโลจนหมดตัว

น.ส.ปิยนุช ให้การต่อว่า ตนเกรงว่าจะไม่มีเงินไปคืนสามี เพราะเงิน 20,000 บาท สามีได้ไปตกลงซื้อขายหมูกับฟาร์มหมูจำนวน 4 ตัว และจะซื้อหมูมาชำแหละไปขายที่ตลาดสดเทศบาลตำบลหนองกุงศรี อ.หนองกุงศรี และเกรงว่าสามีจะดุด่าและทำร้ายตน จึงอาศัยช่วงที่สามีไปตกปลาช่วงบ่าย และลูกไปซื้อน้ำปั่นภายในหมู่บ้านหนองกบ ออกอุบายโกหกสามีว่าถูกโจรจี้ชิงทรัพย์ จากนั้นสามีจึงไปแจ้งผู้ใหญ่บ้านหนองกบ และเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าตรวจสอบ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ด้าน พ.ต.อ.พุฒินันท์ อำพันธ์ ผกก.สภ.หนองกุงศรี กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการสืบสวนสอบสวนอย่างละเอียด โดยมีข้อพิรุธหลายประเด็นโดยเฉพาะการปีนกำแพงติดขวดแก้วสูงเกือบ 2 เมตร ไม่มีร่องรอย ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เชื่อคำให้การของผู้เสียหาย จึงได้เชิญสองสามีภรรยามาแยกสอบปากคำที่ สภ.หนองกุงศรี

โดยพบว่าฝั่งสามีให้การว่า ภรรยามีพฤติกรรมติดการพนันในช่วงก่อนเกิดเหตุ จากนั้นได้สอบปากคำภรรยาโดยใช้เวลากว่า 4 ชั่วโมง จึงได้ยอมรับสารภาพ พนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตาม มาตรา 137 “ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บทความก่อนหน้านี้แพรว คณิตกุล งานเข้าแรง!! โพสต์ถึง ทาทา ยัง เจอถล่ม ถึงขั้นอันฟอล เดือดไอจี
บทความถัดไปด่วน! ตัดสิทธิ์ย้อนหลัง 5 ปี “นาที” ส.ส.ภูมิใจไทย ปมบัญชีทรัพย์สิน อ่วมอีก คุก 1 เดือน