แม่ป่วยจิต ลูกผูกคอดับ แต่คิดว่าหลับ ตัดเชือกที่คอ อุ้มร่างไร้วิญญาณนอนบนเตียง

สาวประเภทสอง เครียดโรคประจำตัว ตัดสินใจจบชีวิตคาห้องนอน สุดสลด! แม่นำศพลงมานอนบนที่นอนคิดว่าลูกนอนหลับ ก่อนน้องชายกลับมา จึงรู้ว่าเสียชีวิตแล้ว

วันที่ 20 ก.ค. พ.ต.ต.ถาวร จันทรพงษ์ สารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองนครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.เทเวศน์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.เมืองนครศรีธรรมราช นำกำลังตำรวจชุดสอบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่มูลนิธิประชาร่วมใจ

ที่เกิดเหตุพบว่าศพถูกนำลงมาตั้งไว้ภายในห้องโถงของบ้านดังกล่าวแล้ว ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายดุ๊ก (นามสมมติ) สาวประเภทสอง อายุ 34 ปี ซึ่งผูกคอแขวนกับขื่อภายในห้องนอน โดยแม่ได้ใช้มีดตัดผ้าที่ผู้ตายใช้ผูกคอแล้วนำร่างของนายดุ๊กลงมาก่อนเจ้าหน้าที่จะไปถึง จากการตรวจสอบสภาพที่ลำคอมีรอยช้ำ อยู่ในชุดสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีชมพู นุ่งกางเกงยีนขายาวสีน้ำเงิน เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3-4 ชั่วโมง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

จากการสอบสวนทราบว่า นายดุ๊กเป็นสาวประเภทสอง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยทำงานอยู่ที่กรุงเทพฯ และเคยผ่านเวทีประกวดสาวประเภท 2 ได้รับรางวัลมาแล้ว แต่ระยะหลังมักจะมีอาการเครียดจนต้องกลับมาอาศัยอยู่ที่บ้านเกิดเหตุกับแม่ที่มีอาการป่วยทางสภาพจิตเช่นกัน ก่อนเกิดเหตุขณะที่นายดุ๊กกำลังอยู่ภายในห้องนอนคนเดียว ก็ได้ใช้ผ้าสีขาวมาผูกคอตัวเองแขวนกับขื่อจนเสียชีวิต

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุ สาวประเภทสอง ฆ่าตัวตายคาบ้าน
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุ สาวประเภทสอง ฆ่าตัวตายคาบ้าน

สอบสวนทราบต่อว่า ต่อมาแม่ได้เข้าไปเจอจึงได้เอามีดพร้ามาตัดผ้าที่ใช้ผูกคอออก ก่อนจะนำร่างไปนอนบนที่นอน เพราะคิดว่าลูกตัวเองนอนหลับ กระทั่งน้องชายของผู้ตายได้มาที่บ้าน และเห็นนายดุ๊กนอนหลับไม่ตื่น จึงตรวจสอบพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่มาตรวจสอบดังกล่าว

ส่วนสาเหตุมาจากเครียดด้วยโรคประจำตัว จึงตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตในที่สุด และหลังจากชันสูตรพลิกศพเสร็จแล้ว จึงมอบให้กับญาตินำไปจัดการตามประเพณีต่อไป

บทความก่อนหน้านี้ลำปาง ร้อนสุดๆ เถินทะลุจุดเดือด อุณหภูมิพุ่ง 40.4 องศา ทั้งที่อยู่ในฤดูฝน! 
บทความถัดไปพรุ่งนี้อีกวัน! กรมอุตุฯ เตือนมรสุมถล่ม 30จว. ฝนหนักมาก ใต้อ่วม เสี่ยงท่วมฉับพลัน