วันที่ 27 มี.ค. นายทินกร ทาทอง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรณี เขต 1 (ลำปาง) พร้อมคณะ เดินทางสำรวจพื้นที่สุสานหอยล้านปี บ้านนาไร่เดียว ต.สองห้อง อ.ฟากท่า จ.อุตรดิตถ์ หลังมีข่าวว่าถูกขโมยออกไปเกือบหมด โดยมี นายอารี มีโส นายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) สองห้อง และเจ้าหน้าที่ อบต.สองห้อง ร่วมลงพื้นที่ด้วย

 

นายทินกร กล่าวว่า ซากหอยในพื้นที่เป็นหอยเจดีย์ หรือหอยขม อายุประมาณ 13 ล้านปี ถือเป็นทรัพย์ของแผ่นดิน ซึ่งมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์โลก เปรียบเหมือนหนังสือที่บ่งบอกประวัติศาสตร์ในขณะนั้น หากอนาคตมีองค์ความรู้ หรือวิทยากรที่ก้าวหน้ากว่าปัจจุบัน ก็อาจจะถอดรหัสได้ว่าโลกเมื่อ 13 ล้านปีที่แล้วเป็นอย่างไร แต่หากถูกขโมยไปหมด ก็จะขาดข้อมูลสำคัญ เหมือนหน้าหนังสือที่ขาดหายไป คนรุ่นหลังไม่สามารถศึกษาได้อย่างสมบูรณ์ จึงอยากฝากว่าอย่าเก็บไปเป็นสมบัติส่วนตัว ซึ่งจะกลายเป็นเพียงก้อนหินธรรมดาก้อนหนึ่งที่เก็บไว้ดูเท่านั้น ทั้งนี้ กรมทรัพยากรธรณี มี พ.ร.บ.คุ้มครองซากดึกดำบรรพ์ พ.ศ.2551 ที่ให้สิทธิเจ้าของที่ดินเป็นเจ้าของซากดึกดำบรรพ์ ซึ่งหากถูกขโมยก็สามารถแจ้งความดำเนินคดีเหมือนทรัพย์สินได้ ทั้งนี้ ผู้ที่พบซากดึกดำบรรพ์จะต้องแจ้งเจ้าพนักงาน เพื่อให้กรมทรัพยากรธรณีขึ้นทะเบียน หากไม่แจ้งจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท

“ผู้ที่ขโมยซากหอยไป หากไม่แจ้งว่ามีซากดึกดำบรรพ์ก็จะมีความผิด หากแจ้งก็จะต้องถูก อบต.สองห้อง แจ้งข้อหาหลักทรัพย์ ดังนั้น อย่าขโมยออกไปดีกว่า ทั้งนี้ จะรายงานอธิบดีกรมทรัพยากรธรณีโดยเร็วเพื่อร่วมกับทาง อบต.สองห้อง กำหนดแนวทางการพัฒนาพื้นที่สุสานหอยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจของชมชน เช่น มีเส้นทางศึกษาซากหอยดึกดำบรรพ์ มีป้ายบอกประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจ และปรับปรุงทัศนียภาพให้มีความสวยงามดึงดูดนักท่องเที่ยว และจัดเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลอำนวยความสะดวก และดูแลป้องกันปัญหาการสูญหายต่อไป อย่างไรก็ตาม จะต้องอาศัยประชาชนในพื้นที่เห็นความสำคัญและร่วมกันสอดส่องดูแล หวงแหนสมบัติอันล้ำค่าของประเทศชาติไว้ด้วย” นายทินกร กล่าว

ด้าน นายก อบต.สองห้อง กล่าวว่า ปัญหาเรื่องการขโมยซากหอยมีมาตั้งแต่เริ่มเปิดพื้นที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว เมื่อปี 2546 โดยส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างพื้นที่ ทั้งต่างจังหวัด และต่างประเทศ แต่ยังไม่เคยจับได้คาหนังคาเขา แต่ได้รับการบอกเล่าและพบร่องรอยการงัดแงะ ที่ผ่านมาได้รับการสนับสนุนจาก อ.ฟากท่า ในการเข้ามาปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่ประชาชนในพื้นที่ยังไม่เห็นประโยชน์ มองว่าเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ จึงอยากให้ทางกรมทรัพยากรธรณี เข้ามาให้คำแนะนำในการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่นี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามามากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างงานสร้างรายได้ในชุมชนต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน