เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ตั้งด่านตรวจความมั่งคง ค้นรถยนต์ที่ 2 ชายวัยรุ่นขับขี่มาพบยาบ้านจำนวน 80,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเป้แบบสะพายวางอยู่ภายในรถยนต์เก๋ง สารภาพแค่เป็นคนนำส่ง
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. ที่ด่านตรวจความมั่งคงป่าพะยอม พ.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รอง.ผบ.กกล.เทพสตรี ร่วมกับ พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภจว พัทลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง แถลงข่าวการจับกุม 2 ผู้ต้องหาพร้อมยาบ้าจำนวน 80,000 เม็ด ที่เจ้าหน้าที่ทหารร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองตั้งด่านตรวจความมั่งคง เมื่อคืนที่ผ่านมา 28 มี.ค. ที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่าจะการลำเลียงยาบ้าจำนวนมากผ่านด่านดังกล่าว ต่อมาเมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. มีรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำ หมายเลขทะเบียน กธ5184 นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นต้องสงสัยเจ้าหน้าที่ได้เรียกตรวจทันที พร้อมตรวจค้นภายในรถคันดังกล่าว
จากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ พบกระเป๋าเป้แบบสะพายวางอยู่ภายในรถ ตรวจค้นภายในกระเป๋าพบยาบ้า ซึ่งห่อด้วยกระดาษมันหุ้มด้วยถุงพลาสติก จำนวน 8 ห่อ รวมยาบ้าจำนวน 80,000 เม็ด ซึ่งเป็นยาบ้าที่มีตัวอักษร WY อยู่ด้านบน เจ้าหน้าที่จึงทำจับกุม 2 ผู้ต้องหาไว้ได้ ทราบชื่อว่านายหัสชัย หรือดำ พรหมเดช อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 14/1 หมู่ที่ 2 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคนขับรถยนต์ และนายวัชระ หรือผึ่ง เขียนขาบ อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.3 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช นั่งมาด้วยกัน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นมียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย
จากการสอบสวนในเบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่า พวกตนได้รับการติดต่อจากเอเย่นค้ายาเสพติดในพื้นที่ จ.พัทลุง ให้มารับยาบ้าจำนวนดังกล่าว เพื่อนำไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยนัดแนะกันทางโทรศัพท์ ให้พวกตนนำรถมาจอดไว้บนถนนหน้าปั๊มน้ำมันตรงสี่แยกไฟแดงโรงพยาบาลป่าพะยอม โดยไม่ต้องล็อคประตูหลัง
จากนั้นเอเย่นต์ค้ายาก็ให้พวกตนเดินไปเข้าห้องน้ำ ในช่วงจังหวะที่พวกตนไปเข้าห้องน้ำ เอเย่นต์ค้ายาก็จะนำประเป๋าเป้ไปให้ไว้ในรถ และให้พวกตนทั้งคู่ขับรถนำกระเป๋าซึ่งบรรจุยาเสพติดไปส่งให้ลูกค้าในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช โดยเมื่อไปถึงที่หมายก็จะมีการนัดแนะสถานที่ส่งยาบ้า พร้อมรับค่าจ้าง โดยใช้วิธีเหมือนกับขณะที่ตนไปรับยา ทำให้ตนไม่รู้ว่าคนที่ติดต่อด้วยคือใคร รู้เพียงว่าเมื่อถึงปลายทางก็จะได้เงินค่าจ้าง ซึ่งก็ยังไม่รู้ว่าเป็นเงินเท่าไหร่เช่นกัน แต่สุดท้ายก็ไปไม่ถึงไหน ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน
