เมื่อวันที่ 3 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ธนาคารออมสิน สาขาถนนจอมพล อ.เมือง จ.นครราชสีมา พบประชาชนจำนวนมาก ซึ่งเป็นผู้ที่มีรายได้น้อย เดินทางมายืนรอต่อคิวที่บริเวณหน้าทางเข้าอาคารที่ทำการ เพื่อลงทะเบียน เพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2560 หรือลงทะเบียนคนจน รอบ 2 อย่างคึกคัก ซึ่งกำหนดจนถึงวันที่ 15 พ.ค. โดยมีนายประเสริฐ พยัฆษา ผู้จัดการสาขาฯ เจ้าหน้าที่ธนาคาร กว่า 15 คน คอยให้บริการโดยการแจกบัตรคิว ตรวจสอบความถูกต้องขอเอกสาร และให้คำแนะนำ รวมทั้งมีการเปิดโต๊ะบริการที่ ลานจอดรถเพื่อบรรเทาความแออัดในธนาคาร
นางวนิดา จันทรษา อายุ 70 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตนรู้สึกดีใจ และขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของคนจน ให้คนจนได้มีเงินมาใช้ จ่ายในการดำรงชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม ท่ามกลางปัญหาภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน ค่าครองชีพสูงขึ้น ไม่สมดุลกับรายได้
นางเย็น ทิพย์รอด อายุ 76 ปี ชาวบ้านชุมชนท้าวสุระ เขตเทศบาลนคร นครราชสีมา เปิดเผยว่า ครั้งที่ผ่านมาพลาดโอกาสไม่ได้ ลงทะเบียนจึงไม่ได้รับเงินช่วยเหลือ ครั้งนี้จึงไม่พลาดโอกาส ขอขอบคุณรัฐบาลที่ให้การช่วยเหลือ เงินที่ได้มาจะนำไปลงทุนซื้อวัตถุดิบประกอบอาหารขาย มีรายได้เลี้ยงชีพให้อยู่รอด
ส่วนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยวันแรกเป็นไปอย่างคึกคักเช่นกัน โดยเฉพาะที่ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนมิตรภาพ มีประชาชนผู้มีรายได้น้อย เดินทางมาลงทะเบียน ตามโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 กันอย่างต่อเนื่อง โดยทางธนาคารเปิดจุดเฉพาะกิจ เพื่อให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่มาลงทะเบียน ทั้งในเรื่องของการยื่นเอกสาร การสอบถามข้อมูลเบื้องต้น และการกรอกรายละเอียดต่างๆ ในใบลงทะเบียน
นางภณิตา ศิริวัฒน์ รองผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนมิตรภาพ เปิดเผยว่า สำหรับประชาชนที่มาลงทะเบียนวันแรกส่วนใหญ่จะเป็นผู้สูงอายุ ที่มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ดังนั้นจึงอาจจะยังไม่ทราบรายละเอียดเกี่ยวกับการเตรียมเอกสาร และหลักฐานต่างๆ ทางธนาคารจึงได้จัดเจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจ เพื่อเปิดจุดให้บริการเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ ซึ่งจะช่วยอำนวยความสะดวกทั้งการแนะนำ การสอบถามข้อมูล และการช่วยเหลือกรอกเอกสารให้ครบ
โดยการลงทะเบียนวันแรกยังมีประชาชนมาไม่มากนัก ตั้งแต่เช้าจนถึงขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนแล้วประมาณ 30 ราย แต่ทั้งนี้ก็ยังมีเวลามาลงทะเบียนอีกหลายวัน โดยทางธนาคารยังเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึงวันที่ 15 พ.ค. ซึ่งผู้มาลงทะเบียนสามารถเปิดบัญชีธนาคารกรุงไทย โดยไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว แต่ต้องเปิดบัญชีพร้อมเพย์ด้วย
ด้านนายประชุม ลังใหม่ อายุ 60 ปี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง เปิดเผยว่า ตนนั้นมีอาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง อยู่ที่ตลาดย่าโม ภายในเขตเทศบาลนครนครราชสีมา ซึ่งมีรายได้ไม่แน่นอน บางวันก็มีลูกค้ามาก บางวันก็มีน้อย ยิ่งเป็นช่วงหน้าร้อนยิ่งมีลูกค้าน้อย ในขณะที่ค่าครองชีพสูงขึ้นทุกปี เมื่อได้ทราบข่าวจากสื่อต่างๆ ว่าวันนี้ทางรัฐบาลจะเปิดให้ผู้มีรายได้น้อย มาลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการช่วยเหลือต่างๆ ซึ่งครั้งที่แล้วไม่ได้มาลงทะเบียน เพราะไม่แน่ใจว่ารัฐบาลจะจ่ายให้จริงหรือไม่ แต่ภายหลังจากที่ทราบจากเพื่อนๆ ว่ารัฐบาลได้จ่ายเงินให้จริงๆ ครั้งนี้จึงรีบเดินทางมาลงทะเบียนทันที โดยคาดหวังว่าจะได้เงินจากรัฐบาลไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้บ้าง
นางประภา แดงมั่นคง อายุ 71 ปี ชาวอ.เมือง จ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนอายุมากแล้ว จึงไม่มีอาชีพอะไร ได้แต่ช่วยเหลือลูกหลานขายของเล็กๆ น้อยๆ อยู่ที่บ้าน ซึ่งครั้งที่แล้วไม่ได้มาลงทะเบียนคนจนไว้ เพราะไม่รู้ข่าวอะไรเลย แต่ครั้งนี้ได้ทราบข่าวจากสื่อต่างๆ จึงได้รีบมาลงทะเบียนตั้งแต่วันแรก โดยคาดหวังว่าจะได้รับเงินสวัสดิการไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน พอช่วยบรรเทาความเดือดร้อนได้บ้าง ทั้งนี้ ตนต้องขอขอบคุณรัฐบาลที่จัดโครงการนี้ขึ้น และอยากให้มีโครงการนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพื่อช่วยเหลือคนจนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ส่วนที่จ.บุรีรัมย์ บรรยากาศการลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบที่สองเป็นวันแรก เพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐปี 2560 ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาบุรีรัมย์ มีประชาชนและเกษตรกรมารอลงทะเบียนอย่างคึกคักตั้งแต่ก่อนเปิดทำการ ถึงแม้รอบนี้จะไม่ได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินสดเหมือนครั้งที่ผ่านมาก็ตาม ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องแจกบัตรคิวให้กับผู้ที่มารอลงทะเบียน เพื่อความเป็นระเบียนและป้องกันปัญหาการแซงคิว
ทั้งนี้ พบว่าส่วนมากผู้ที่มาลงทะเบียนในครั้งนี้กว่าร้อยละ 80 จะเป็นรายเดิม ที่เคยมาลงทะเบียนรับการช่วยเหลือจากรัฐไปแล้วในรอบแรก และบางส่วนก็เป็นประชาชนเกษตรกรที่ยังตกหล่นลงทะเบียนไม่ทันในรอบแรก โดยคาดว่าวันนี้เฉพาะ ธกส.สาขาบุรีรัมย์เพื่อจุดเดียว จะมีผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 600 ราย ซึ่งจากข้อมูลการเปิดรับลงทะเบียนในรอบแรก พบว่าทั้งที่ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีผู้มาลงทะเบียนมากกว่า 223,000 คน
นางสมบัติ ช่างกลึง เกษตรกรบ้านห้วยชนบท ต.ถลุงเหล็ก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ปกติมีอาชีพทำนามีรายได้ไม่แน่นอน เพราะแต่ละปีจะประสบปัญหาภัยแล้งทำให้ไม่ได้ผลผลิตเท่าที่ควร และบางปีก็ประสบปัญหาราคาข้าวตกต่ำทำให้ขาดทุน เมื่อรัฐบาลมีโครงการเปิดรับลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อย จึงได้มาลงทะเบียนเพื่อรับการช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งรอบแรกก็ได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินจำนวน 3,000 บาท และครั้งนี้เป็นรอบสองที่มาลงทะเบียน ถึงแม้จะไม่ได้รับการช่วยเหลือเป็นเงินเหมือนปีที่ผ่านมาก็ตาม แม้จะช่วยเหลือเป็นสวัสดิการค่าน้ำ ค่าไฟ หรือค่าอื่นๆ ก็สามารถแบ่งเบาภาระได้
ด้านนายเสกสรร ศานติวรวงษ์ ผู้จัดการ ธกส.สาขาเมืองบุรีรัมย์ กล่าวว่า วันนี้ได้มีประชาชนและเกษตรกรมารอลงทะเบียนคึกคักตั้งแต่เช้า เนื่องจากเป็นวันแรกที่เปิดรับลงทะเบียน ทางเจ้าหน้าที่จึงต้องแจกบัตรคิวเพื่อความเป็นระเบียบและรวดเร็วในการให้บริการ ซึ่งจากการสอบถามพบว่าส่วนใหญ่จะเป็นรายเดิมที่เคยลงทะเบียนไว้แล้วในรอบแรก ทั้งนี้คาดว่าจะมีผู้มีรายได้น้อยมาลงทะเบียนคึกคัก


