สังเวยพิษเศรษฐกิจ! ฆ่าตัวในรถที่กำลังโดนยึด แม่สาหัสลูกสิ้นใจ เผยเศร้าอยากตายในรถที่รัก

ฆ่าตัวในรถที่กำลังโดนยึด แม่สาหัสลูกสิ้นใจ
ฆ่าตัวในรถที่กำลังโดนยึด แม่สาหัสลูกสิ้นใจ

สังเวยพิษเศรษฐกิจ! ฆ่าตัวในรถที่กำลังโดนยึด แม่สาหัสลูกสิ้นใจ เผยเศร้าอยากตายในรถที่รัก

เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 18 ก.ย. พ.ต.ต.นิพนธ์ ศรีไพบูลย์ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี รับแจ้งมีผู้เสียชีวิต และบาดเจ็บจากการรมควันในรถ ที่ร้านขายไม้เก่า ถ.สายลพบุรี-วังม่วง หมู่ที่ 9 ต.พัฒนานิคม ลพบุรี จึงพร้อมแพทย์เวร รพ.พัฒนานิคม ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.ลพบุรี นคร88 และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูจุดพัฒนานิคม

เดินทางไปยังจุดที่เกิดเหตุเป็นร้านขายไม้เก่า มีชาวบ้านและญาติผู้เสียนั่งร้องไห้ฟูมฟายอยู่จำนวนหนึ่ง ที่ท้ายรถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บม-7778 สระบุรี พบศพ ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) อายุ 11 ปี จากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ เบื้องต้นน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 10-12 ชั่วโมง ส่วน นางพิสมัย (สงวนนามสกุล) อายุ 50 ปี แม่ผู้เสียชีวิต อาการสาหัส หมดสติจากการสูดดมควันภายในรถถูกนำตัวส่ง รพ.พระนารายณ์มหาราช

สอบสวน นายสุจิตร (สงวนนามสกุล) สามีนางพิสมัย เล่าว่า โดยเมื่อช่วงเช้าได้บอกกับ น.ส.พรรณิดา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ลูกสาวคนโตให้ไปเรียกแม่ ปลุกน้องเพื่อไปโรงเรียน แต่ไม่พบที่บ้าน ตนเองและลูกสาวจึงเดินออกตามหาจนมาพบว่าภรรยาและลูกสาวนอนอยู่ในรถ เมื่อเปิดประตูต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าลูกสาวเสียชีวิตแล้ว ส่วนภรรยาหายใจรวยริน

นายสุจิตร ให้การว่า เมื่อ 2 คืนที่ผ่านมา ภรรยาและลูกสาวคนเล็กขอนอนอีกที่ โดยไม่คิดว่าจะมีการวางแผนเพื่อฆ่าตัวตายพร้อมกับลูกภายในรถ ซึ่งสาเหตุมาจากเครียดปัญหาหนี้สินรุงรัง ตนเองและครอบครัวบ้านเดิมอยู่ ต.คำหรั่ง อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี ย้ายประกอบอาชีพ ทำมาหากินภายในจังหวัดลพบุรีหลายสิบปี ทำทุกอย่างที่ได้เงิน

 ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์@ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

แต่ระยะหลังเศรษฐกิจตกต่ำย่ำแย่ ค้าขายไม่ดี ชักหน้าไม่ถึงหลัง จนทำให้ภรรยาเครียด และที่สำคัญบริษัทไฟแนนซ์รถ ได้ยื่นคำขาดจะยึดรถที่ภรรยารักมาก เพราะเป็นเครื่องมือในการออกทำมาหากิน จนทำให้อยากตายในรถที่ตนเองรัก

ทั้งนี้สารวัตรเวรได้นำร่าง ด.ญ.เอ(นามสมมุติ) ส่งพิสูจน์ที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์รังสิตเฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

บทความก่อนหน้านี้“พระไม่ทิ้งโยม คนไทยไม่ทิ้งกัน” หลวงพ่อรักษ์นำศิษย์ช่วยน้ำท่วมภาคอีสาน
บทความถัดไปแม่น้ำมูล ลดระดับต่อเนื่อง แต่ยังท่วมสูงเกือบมิดบ้าน-ถนนสายหลัก ยาว 2 กิโลเมตร