พ่อแม่ทุกข์ใจ ลูกหายตัวปริศนา หลังไปทวงหนี้ญาติ ผ่านไป 2 เดือน ยังไม่พบ

พ่อแม่ทุกข์ใจ ลูกหายตัวปริศนา หลังไปทวงหนี้ญาติ ผ่านไป 2 เดือน ยังไม่พบ

จากกรณี น.ส.ฉวีวรรณ พุ่มแก้ว อายุ 41 ปี หายตัวไปอย่างปริศนา เมื่อวันที่ 20 ส.ค. 62 พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีขาวและโทรศัพท์ ในพื้นที่ ต.วิสัยใต้ อ.สวี จ.ชุมพร ทางครอบครัวเชื่อว่า สาเหตุที่หายไปคือ การออกไปทวงหนี้จากญาติ หลังเกิดเหตุได้เข้าแจ้งความที่สภ.สวี เพื่อติดตามค้นหาตัว

ล่าสุดวันที่ 24 ต.ค. นายไพรัตน์ อายุ 68 ปี พ่อของ น.ส.ฉวีวรรณ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 22 ต.ค.ที่ผ่านมา โทรศัพท์ไปถามตำรวจถึงความคืบหน้า ได้รับคำตอบว่า เขาไม่น่าจะอยู่ในพื้นที่ เหมือนกับว่าเขาหลบไปเอง และคิดว่ายังไม่ตาย ประมาณนั้น ตนฟังแล้วอึ้งไม่ได้คุยต่อ ซึ่งตนไม่ได้คิดอย่างนั้น คิดว่าไม่น่าจะมีชีวิตอยู่แล้วด้วยพฤติกรรมของลูกจึงรู้ว่านิสัยเป็นแบบไหน

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

 นายไพรัตน์ กล่าวต่อว่า อยากรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกกันแน่ ถ้าตายขอให้เจอศพกลับมาทำบุญ หรือหนีไปก็ให้มันชัดเจนมีทางไปตรงไหน เจอขับรถจักรยายนต์วนๆอยู่ตรงนั้นแสดงว่าเขาต้องหาอะไรสักอย่างหนึ่ง วิ่งขึ้นวิ่งลงแล้วหายไป ครอบครัวเป็นทุกข์รอคอยลูกและก็อยากรู้เหตุการณ์ว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ด้าน พ.ต.อ.คำสิงห์ ศรียาภัย ผกกสภ.สวี เผยว่า หลัง น.ส.ฉวีวรรณ หายตัวไป และครอบครัวเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ลาภ คำภาพันธ์ พนักงานสอบสวนได้รับเรื่องไว้ทำการสอบสวน กรณีคนหายพลัดหลงและทำการรวบรวมพยานหลักฐานเบื้องต้นในที่เกิดเหตุ ร่วมกับพิสูจน์หลักฐานจังหวัดชุมพรและสืบสวนจังหวัดชุมพร

พ.ต.อ.คำสิงห์ กล่าวต่อว่า ส่วน สภ.สวี ได้ควบคุมดูแลกำกับพนักงานสอบสวนให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน อย่างเป็นธรรมรวดเร็ว พร้อมทั้งออกคำสั่งตั้งชุดสืบสวนเฉพาะรายของ น.ส.ฉวีวรรณ ขึ้นเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเชื่อมโยงให้ทราบว่า สาเหตุของการหายเป็นการทำให้ตัวเองหายหรือว่าเป็นการกระทำของผู้อื่นจากการประทุษร้ายหรือไม่ หรือเหตุหายธรรมดาหมายความว่าหลงลืมกลับถิ่นฐานไม่ถูกหรือไม่

ทั้งนี้ได้จัดชุดสืบสวนรายงานทุกๆ 10 วัน ในการวิเคราะห์พยานหลักฐานที่รวบรวมได้ เพื่อจะนำมาหาจุดเชื่อมโยงในการหายตัวครั้งนี้ต่อไป พร้อมทั้งแจ้งญาติไม่ต้องห่วงทางเจ้าหน้าที่ตำรวจพยายามแจ้งความคืบหน้าเป็นหนังสือของผลการปฏิบัติทุกๆ 1 เดือน

ขณะเดียวกันญาติติดต่อกลับมาถามความคืบหน้าเดือนละประมาณ 2-3 ครั้ง และทางตำรวจแจ้งความคืบหน้าให้ทราบตลอด และทราบว่าทางญาติได้ไปแจ้งต่อส่วนกลางบางส่วนและมูลนิธิต่างๆให้ช่วยติดตามหา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดีเพื่อช่วยกันทำงาน ด้านเจ้าหน้าที่แสดงความเป็นห่วงอยากพบเจอเร็วๆเช่นเดียวกับญาติ

บทความก่อนหน้านี้เจ้าของที่ฝันแปลก ก่อนขุดพบวัตถุโบราณที่สวน คาดมีอายุนับพันปี
บทความถัดไปได้ยินเสียงกลางดึก! ส่องไฟดูผงะรีบหนี จงอางยักษ์ บุกเข้าบ้าน(คลิป)