วันที่ 3 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ นายมนตรี สังขาว อายุ 39 ปีเข้าแจ้งกับ พ.ต.ท.ธนากร ดลเกตุสิริ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองตรัง ว่าตนเองประสบอุบัติเหตุฝูงวัวนับ 10 ตัว วิ่งฝ่าถนนตัดหน้ารถยนต์เก๋ง ยี่ห้อออนด้า ซีวิครุ่นนางฟ้า สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน กท-2271 ตรัง บนถนนศรีตรัง 1 – โรบินสัน เขตพื้นที่ ม.3 ต.โคกหล่อ อ.เมืองตรัง รอยต่อเขตเทศบาลนคร พุ่งชนรถได้รับความเสียหายกระจกหน้ารถแตกร้าว กันชนด้านหน้าพังยับ ส่วนประตูรถฝั่งด้านข้างคนขับเปิดไม่ออก และได้รับกระแทกบาดเจ็บเล็กน้อยแค่ปากแตก
นายมนตรี หรือ บก.ช้าง เผยว่า เรื่องนี้จะเรียกร้องต่อสู้เพื่อความปลอดภัยของคนในสังคม แต่ไม่ได้สู้-ทำเพื่อตัวเอง รถพังซ่อมได้ แต่ใจพังซ่อมยากนิดนึง จะสู้เพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับสังคม ถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และผู้ใช้รถใช้ถนน สายศรีตรัง 1 อ.เมืองตรัง แห่งนี้ ถือว่าเป็นความเจ็บปวดรวดร้าวที่ภาครัฐ เพิกเฉยมาตลอดหลายปีแล้ว สักวันหนึ่งหากขืนปล่อยให้เกิดปัญหาแบบนี้ต่อไป ผู้เคราะห์ร้าย ผู้สูญเสียอาจจะเป็นคนในครอบครัวก็เป็นได้
นายมนตรี กล่าวอีกว่า เรื่องนี้มีกฎหมายอยู่ในมือ ทั้งฝ่ายปกครองอำเภอเมืองตรัง แขวงทางหลวงชนบท (ทช.ตรัง) เทศบาลตำบลโคกหล่อ และเทศบาลนครตรัง หน่วยงานไหนรับผิดชอบต้องเร่งจัดการกับเจ้าของฝูงวัวประมาณ 4-5 รายที่ไร้สามัญสำนึกสร้างความเดือดร้อนให้สังคมมาตลอด วอนผู้รับผิดชอบโผล่หน้าออกมาหน่อยอย่านิ่งดูดาย หลังจากนี้จะหารือภาคภาคีเครือข่ายตั้งโต๊ะหารือ ตั้งโจทย์ให้ชัด ว่าปัญหาต้นน้ำมาจากไหน วัวมีกี่ฝูง เจ้าของวัวเป็นใครบ้าง เรียกมาพุดคุยปรึกษาหารือเพื่อหาทางออกในการแก้ปัญหาระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม และควรมีตราเทศบัญญัติ หรือระเบียบข้อกฎหมาย ในการควบคุมดูแลเจ้าของ “ฝูงวัว” ไร้สามัญสำนึกพวกนี้มาลงโทษ มารับผิดชอบต่อสังคม ไม่ใช่ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำซากครั้งแล้วครั้งอีก ต้องกระชากหน้าออกมาให้สังคมได้รับรู้
ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายเจษฎา วินสน ผอ.แขวงทางหลวงชนบทตรัง เพื่อสอบถามเรื่องนี้ กล่าวว่า ถนนสายนี้ คือ ถนนศรีตรัง 1 อยู่ในความรับผิดชอบของแขวงทางหลวงฯ ซึ่งจะเร่งหารือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเจ้าของฝูงวัวทุกราย หากปล่อยปละะละเลยให้วัวขึ้นมาวิ่งเพ่นพ่านบนถนนสายนี้ จนเกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง และหลังจากนี้จะมีการประชุมเพื่อวางมาตรการอย่างเร่งด่วนต่อไป.