จับแล้วมือ ฆ่าเศรษฐินี ที่แท้ผัวเก่าร่วมลูกเขย-ลูกสาว จุดธูปสาบานหน้าโลงยังไม่รอด

22 พ.ย. 2562 - 15:16 น.

จับแล้วมือ ฆ่าเศรษฐินี ที่แท้ผัวเก่าร่วมลูกเขย-ลูกสาว จุดธูปสาบานหน้าโลงยังไม่รอด เผยแค้นที่ถูกไล่ออกจากบ้าน ขอเงิน 2 แสน ไม่ให้ ลูกเขย-ลูกสาวยอมให้การอันเป็นเท็จหวังช่วยพ่อพ้นผิด

เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ขณะจับกุมนายอุดม อินต้อ อดีตสามีผู้ตาย อายุ 65 ปี

กรณีคนร้ายฆ่า นางสมบุญ อินสรรค์ อายุ 61 ปี เศรษฐินี ถูกแทงด้วยมีด 4 แผล หลังกลับจากงานทำบุญขึ้นบ้านใหม่ของเพื่อนบ้าน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 19 พ.ค.62 สอบปากคำนายทศพล ลูกเขยผู้เสียชีวิตได้ยินเสียงนางสมบุญร้องขอความช่วยเหลือ พบคนร้ายปีนกำแพงบ้านหนีไป เจ้าหน้าที่เชิญตัวนายทศพลไปสอบพบให้การมีพิรุธ ก่อนญาติผู้ตายมาร้องตร.ภาค 5 คดีไม่คืบ ตร.คาดคนร้ายน่าจะตั้งใจฆ่าล้างหนี้ ไม่ใช่ชิงทรัพย์ เพราะทรัพย์สินยังอยู่ครบ ประกอบกับผู้ตายมีเรื่องฟ้องร้องกับลูกหนี้อยู่ ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ฆ่าเศรษฐินี / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 22 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รอง ผบก.สส.ภ 5 ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 ร่วมกับตำรวจ สภ.หนองตอง สามารถรวบรวมพยานหลักฐานได้อย่างแน่นหนา และขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหาในคดีนี้ทั้งหมด 3 คน ประกอบด้วย 1.นายอุดม อินต้อ อดีตสามีผู้ตาย อายุ 65 ปี ชาวอ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ จ.618/2562 ลงวันที่ 19 พ.ย.62 ข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาโดยไตร่ตรองไว้ก่อน, แจ้งความอันเป็นเท็จแก่พนักงานซึ่งผู้อื่น หรือประชาชนเสียหาย, และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

2.นายทศพร แก้วน้อย อายุ 45 ปี ลูกเขยของผู้ตาย ชาว อ.เมือง จ.ลำปาง ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ จ.619/2562 ลงวันที่ 19 พ.ย.62 ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “แจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน, และช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็นผู้ต้องหาว่า กระทำความผิดอันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษโดยให้พำนักแก่ผู้นั้นโดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม


3.น.ส.พัชรินทร์ อินต้อ ลูกสาวของผู้ตาย ภรรยาของนายทศพร ชาวอ.หางดง จ.เชียงใหม่ ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ จ.620/2562 ลงวันที่ 19 พ.ย.62 ข้อหา “แจ้งความอันเป็นเท็จแก่พนักงานซึ่งผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย และแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จ ลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตามจับกุมตัว นายอุดม อดีตสามี ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ไปบ่อนไก่ชนในพื้นที่หนองตอง เชียงใหม่ ส่วนลูกสาวและลูกเขยของผู้ตายนั้นทางเจ้าหน้าที่ไปจับกุมที่บ้านที่เกิดเหตุ ในการสืบสวนสอบสวนนั้นทางเจ้าหน้าที่ทราบว่า ผู้ต้องหาคือนายอุดม อดีตสามีนั้น แค้นที่ถูกไล่ออกจากบ้าน และเคยขอเงินจำนวน 200,000 บาท จากผู้ตาย แต่ได้เงินมาแค่ 100,000 เดียว จึงเกิดความไม่พอใจและตามทวงมาโดยตลอด

โดยมีครั้งหนึ่งเคยบีบคอผู้ตาย เพื่อเค้นบังคับขอเงินอีกแสน แต่ไม่ได้ จนมีปากเสียงกันมาก่อนหน้านั้นครั้งหนึ่งแล้ว กระทั่งมาก่อเหตุดังกล่าว หลังก่อเหตุก็ปฏิเสธ และยังเคยไปสาบานต่อหน้าโลงศพผู้ตายและขอให้ดวงวิณญาณของผู้ตายดลบันดาลให้เจ้าหน้าที่จับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว โดยทำพิธีจุดธูปสาบานต่อหน้าญาติพี่น้อง และแขกที่มาร่วมงานศพครั้งนั้น ตำรวจสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานจนชัดเจนว่า ผู้ก่อเหตุแทงแม่หลวงก็คือนายอุดม จึงขอหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ และตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม น.ส.พัชรินทร์ ลูกสาว ใช้เงินสด 50,000 บาท ประกันตัวออกไป ขณะที่นายอุดม อดีตสามี และนายทศพร ลูกเขยของผู้ตาย ทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ประกันตัว สำหรับนายทศพร และลูกสาวของผู้ตาย นั้น ให้การอันเป็นเท็จกับพนักงานสอบสวน เพื่อหวังช่วยนายอุดมผู้เป็นพ่อให้พ้นผิด

โดยยอมให้การเท็จ เพราะนางสมบุญผู้เป็นแม่ก็ตายไปแล้ว จึงพยายามปกป้องพ่อไว้ เพื่อให้พ้นผิด และเพื่อหวังผลประโยชน์บางอย่างจากมรดกของผู้ตาย จึงโดนข้อหาให้การอันเป็นเท็จทั้งคู่

 

ภาพบางส่วนจากเฟซบุ๊ก อีจัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ จับแล้วมือ ฆ่าเศรษฐินี ที่แท้ผัวเก่าร่วมลูกเขย-ลูกสาว จุดธูปสาบานหน้าโลงยังไม่รอด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง