คนร้ายบุกงัดบ้าน ผู้ประกาศข่าวช่องดัง ฉกโดรน-เงินสด สูญนับแสน วงจรปิดจับภาพชัด

คนร้ายบุกงัดบ้าน ผู้ประกาศข่าวช่องดัง ฉกโดรน-เงินสด สูญนับแสน
คนร้ายบุกงัดบ้าน ผู้ประกาศข่าวช่องดัง ฉกโดรน-เงินสด สูญนับแสน

คนร้ายบุกงัดบ้าน ผู้ประกาศข่าวช่องดัง ฉกโดรน-เงินสด สูญนับแสน วงจรปิดจับภาพชัด

วันที่ 3 ธ.ค. นายศุภโชค โอภาสะคุณ ผู้ประกาศข่าวเช้าอรุณอมรินทร์ ช่องอมรินทร์ทีวี 34 HD เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเวลา 05.30 น.วันที่ 2 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีคนร้ายบุกเข้าไปงัดขโมยทรัพย์สินของมีค่า ภายในบ้านพักออฟฟิศทำงาน ในซอยประเสริฐมนูญกิจ เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพได้ ขณะที่คนร้าย 3 คนกำลังยกโดรน หรืออากาศยานไร้คนขับ และโน๊ตบุ้ก ซึ่งเป็นโปรดักชั่นผลิตสื่อการเรียนการสอนและการท่องเที่ยว

จากการตรวจสอบพบบริเวณด้านหลังบ้านที่ต่อเติมดัดแปลงเป็นห้องครัว รวมทั้งติดหน้าต่างบานเกร็ดเพื่อระบายอากาศ คนร้ายได้ถอดบานเกร็ดหน้าต่างออกมาจำนวน 6 แผ่น ก่อนจะมุดเข้าภายในบ้านฯ
จากนั้น คนร้ายเดินมุ่งหน้าไปที่ประตูกระจกบานเลื่อน เพื่อจะเปิดประตูเข้าไปภายในบ้าน แต่ไม่สามารถเปิดได้ เพราะประตูล็อกจากด้านใน

จึงเดินไปยังหน้าต่างที่อยู่ใกล้กัน ซึ่งพบว่าหน้าต่างไม่ได้ล็อก จึงปีนเข้ามาภายในบ้าน พร้อมเดินสำรวจหาทรัพย์สินมีค่าภายในห้องเก็บอุปกรณ์กล้อง รวมทั้งรื้อค้นลิ้นชักโต๊ะทำงานของพนักงาน โดยได้เงินสดของพนักงานและเงินกองกลางไปประมาณ 27,700 บาท

นายศุภโชค กล่าวอีกว่า คนร้ายใช้เวลาก่อเหตุเพียง 30 นาที ซึ่งช่วงเวลาเกิดเหตุไม่มีพนักงานทำงาน และไม่มีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเฝ้าที่สำนักงานฯ โดยคนร้ายได้ทรัพย์สินและเงินสดไป รวมมูลค่าประมาณ 1.5 แสนบาท ซึ่งคาดว่าคนร้ายน่าจะเป็นพวกมืออาชีพ สังเกตดูจากพฤติการณ์การก่อเหตุที่พยายามไม่ใช้มือไปสัมผัสกับสิ่งของใด ๆ เพื่อไม่ให้ปรากฏลายนิ้วมือในที่เกิดเหตุ รวมทั้งการเดินมุ่งตรงไปยังห้องอุปกรณ์กล้อง อีกทั้งเมื่อสังเกตเห็นว่ามีการติดตั้งกล้องวงจรปิด ก็ได้นำหมวกมาใส่ปิดบังใบหน้า

ทั้งนี้โดยส่วนตัวคาดว่าก่อนเกิดเหตุคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาก่อน เพราะหมู่บ้านตนเป็นหมู่บ้านปิด การผ่านเข้า-ออก ต้องมีแลกบัตรกับ รปภ. ซึ่งช่วงเวลาเกิดเหตุไม่มีใครเข้าออก อีกทั้งบ้านที่อยู่ถัดไป 3 หลังก็เป็นบ้านที่ไม่ค่อยมีคนอยู่ เป็นบ้านที่ไม่มีคนพักอาศัย และเป็นกำแพงของหมู่บ้าน ซึ่งคนร้ายอาจปีนรั้วกำแพงจากภายนอกเข้ามาก่อเหตุ

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ซึ่งตนยังไม่ตัดประเด็นคนในที่อาจจะมีส่วนรู้เห็น ซึ่งต้องเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนสอบสวน โดยตนได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ สน.โคกคราม และพนักงานสอบสวนได้เข้าตรวจจุดเกิดเหตุเพื่อเก็บหลักฐานและสอบปากคำพนักงานของสำนักงานไปเรียบร้อยแล้ว

 

บทความก่อนหน้านี้ปารีณา : ความเหมือนที่แตกต่าง ระหว่างคดีรุกป่าของคนจนกับนักการเมือง
บทความถัดไปส.ส.อนาคตใหม่ แฉทหารโทรมาเตือน ให้ระวังตัว! หลังพรรคโหมปฏิรูปกองทัพ