สุดเศร้า! ตั้งศพคู่ผัวเมีย เหยื่อกระบะชน 7 ศพ ลูกๆ ทำใจไม่ได้ในวันที่ไม่มีพ่อแม่ เผยทิ้งลูกทั้ง 3 คนอยู่กันอย่างลำพัง ซ้ำยังเรียนอยู่ชั้นมัธยมเท่านั้น
กรณีรถกระบะ ยี่ห้อ อีซูซุ ทะเบียน บร4240 นครสวรรค์ เสียหลักชนเสาไฟฟ้าพังเสียหาย บนถนนพบผู้เสียชีวิต 7 ราย และมีผู้บาดเจ็บ 6 ราย เจ้าหน้าที่เร่งให้การช่วยเหลือนำส่งโรง เบื้องต้นคาดว่า รถกระบะขับมาจากบ้านไร่มุ่งหน้าไปหนองฉาง ก่อนมาประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตและบาดเจ็บ โดยเสาไฟฟ้าของทางราชการยังพบร่องรอยการถูกชนด้วยจนได้รับความเสียหาย และตร.จะเชิญตัวคนขับกระบะมาสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ตามที่เสนอข่าวไปนั้น
กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
![]()
เหยื่อกระบะชน 7 ศพ / เมื่อวันที่ 20 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการจัดงานศพของนายสุภา กันยา อายุ 62 ปี และนางสังเวียน มุสิกาวัน อายุ 40 ปี 2สามีภรรยา ที่ประสบอุบัติเหตุรถกระบะชนเสาไฟฟ้า จนทำให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 7 ศพ เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 19 ธ.ค. ที่ผ่านมา ที่บริเวณบ้านหนองฝาง หมู่ที่ 3 ถนนสายหนองฉาง-บ้านไร่ ต.หูช้าง อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี ถือเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความเศร้าสลดให้กับแต่ละครอบครัวเป็นอย่างมาก ทำให้ครอบครัวนี้เหลือเพียงบรรดาลูกๆ 3 คนเท่านั้น ซ้ำยังคงอยู่ระหว่างกำลังศึกษาอีกด้วย กลายเป็นสูญเสียครั้งใหญ่ของครอบครัวนี้อีกด้วย
โดยบรรยากาศของการจัดงานศพเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีบรรดาญาติพี่น้องช่วยกันจัดงานศพของของ นายสุภา กันยา อายุ 62 ปี และนางสังเวียน มุสิกาวัน อายุ 40 ปี สองสามีภรรยา ที่ศาลากลางหมู่บ้านคลองจัน หมู่ที่ 12 ต.หนองจอก อ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี
น.ส.ลลิตา มุสิกาวัน อายุ 17 ปี ชาวจ.อุทัยธานี ลูกสาวของนายสุภาและนางสังเวียน เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าก่อนที่พ่อและแม่ของตนจะออกไปทำงาน ก็บอกกับตนว่าออกไปทำงานก่อนนะลูก โดยพ่อและแม่นั้นเป็นคนรับจ้างตัดอ้อยตามไร่อ้อยทั่วไป โดยสารรถคันที่ประสบอุบัติเหตุเป็นประจำ ซึ่งเวลาไปรับจ้างตัดอ้อยที่ไร่ไหนก็จะไปกับเพื่อนๆ ที่ประสบอุบัติเหตุ และยังสนิทกันมาก เพราะทำงานด้วยกัน เสียใจมากที่พ่อและแม่นั้นมาประสบอุบัติเหตุจนเสียชีวิตพร้อมกัน ยังทำใจไม่ได้กับเรื่องอุบัติเหตุที่ผ่านมา
น.ส.ลลิตา กล่าวต่อว่า ต่อจากนี้ 3 พี่น้องจะต้องอยู่ด้วยกันโดยไม่มีพ่อและแม่อีกแล้ว ซึ่งตนนั้นยังมีพี่ชายอีกคนและมีน้องอีกคน ส่วนญาติๆ และพี่น้องนั้นต่างก็มาช่วยกันจัดงานศพ มาร่วมงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บรรยากาศนั้นก็เต็มไปด้วยความโศกเศร้า
และมีกำหนดการจะทำพิธีฌาปนกิจร่างของนางสังเวียน ในวันที่ 22 ธ.ค. ส่วนร่างของนายสุภา จะทำพิธีฌาปนกิจหรือเผาศพในวันที่ 23 ธ.ค. และสาเหตุที่ไม่ทำพิธีฌาปนกิจร่วมกันก็เพราะ ทางบ้านหนองจอกนั้นเป็นชุมชนลาวครั่ง และถือว่าหากมีศพทั้งสามีและภรรยาในหมู่บ้านเสียชีวิตด้วยกัน จะไม่ทำพิธีพร้อมกัน




