เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ตึกรวมเมตตา ภายในโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี นายแพทย์ธรรมนูญ วิสิฐธนวรรธ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอุดรธานี พร้อมด้วยนายแพทย์ณรงค์ ธาดาเดช รอง ผอ.ฯ แถลงข่าวกรณีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุประทัดยักษ์ระเบิดใส่มือ และร่างกายจนถึงขั้นอาจพิการได้ ในช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษา โดยก่อนหน้านี้ทางเจ้าหน้าที่ ขอความร่วมมือร้านค้าห้ามจำหน่ายประทัดชนิดสามเหลี่ยมและลูกบอลในช่วงออกพรรษานี้ โดยประทัด พลุ และดอกไม้ไฟ เป็นวัตถุอันตรายที่จัดอยู่ในหมวดหมู่ของวัตถุระเบิดชนิดหนึ่ง ซึ่งอาจเกิดอันตรายต่อร่างกาย 3 ทาง คือทางผิวหนังคือเกิดแผลไหม้จากแรงระเบิด ทางนิ้วมือ คืออาจทำให้นิ้วมือหรืออวัยวะขาด เนื่องจากแรงระเบิด และทางตา ซึ่งเป็นอวัยวะที่บอบบางที่สุด อาจทำให้ตาดำไหม้ ขุ่นมัวเลือดออกช่องหน้าม่านตา และอาจทำให้ตาบอด หรือพิการตลอดชีวิต

201610041624331-20041019160606

นพ.ธรรมนูญ เปิดเผยว่า ผู้ได้รับบาดเจ็บได้ซื้อประทัดที่มีลักษณะกลม มีชนวนยื่นออกมาเล็กน้อย ขนาดเกือบเท่าลูกปิงปอง หรือที่เรียกในกลุ่มว่า ประทัดลูกบอล มาเล่นระเบิดใส่มือ ทำให้นิ้วมือซ้ายเกือบฉีกขาด หลังมือเป็นแผลลึก มีบาดแผลบริเวณใบหน้า ลำตัวและแขน จากสะเก็ดประทัด อย่าให้เด็กเล่นประทัด พลุ และดอกไม้ไฟโดยเด็ดขาด เพราะความประมาทคึกคะนอง และรู้เท่าไม่ถึงการณ์อาจทำให้เกิดอันตรายได้ หากเกิดเหตุให้รีบนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลใกล้บ้านที่สุด

จากข้อมูลในปีที่ผ่านๆมา มีการเล่นประทัดจนเกิดอันตรายย้อนหลังไป เมื่อ ปี 55 จำนวน 83 ราย พิการนิ้วขาด 31 ราย บาดเจ็บที่ตา 27 ราย มือขาด 1 ราย บาดเจ็บตามร่างกาย 24 ราย ปี 56 จำนวน 62 ราย พิการนิ้วขาด 18 ราย บาดเจ็บที่ตา 16 ราย มือขาด 4 ราย บาดเจ็บตามร่างกาย 24 ราย ปี 57 จำนวน 43 ราย พิการนิ้วขาด 19 บาดเจ็บที่ตา 5 ราย บาดเจ็บตามร่างกาย 19 ราย และในปี 58 จังหวัดอุดรธานี มีผู้ได้รับบาดเจ็บในช่วงเทศกาลออกพรรษาระหว่างวันที่ 1-27 ตุลาคม 2558 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลอุดรธานี จำนวน 39 ราย มีอาการนิ้วขาด 10 ราย บาดเจ็บที่ตา 4 ราย บาดเจ็บที่มือและนิ้ว 18 ราย ช่องท้อง 2 ราย และอื่นๆ อีก 5 ราย ส่วนสาเหตุเกิดจากประทัดลูกบอล 38 ราย และจากพลุ 1 ราย ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ส่วนมากผู้บาดเจ็บจะมีอายุตั้งแต่ 8-13 ปี จำนวนถึง 80-90 ราย

ในปีนี้ ล่าสุดมีผู้บาดเจ็บแล้ว 3 ราย โดยอาการหนักสุด คือชายอายุ 30 ปี ชาว จ.หนองคาย มาทำงานรับจ้างอยู่ที่บ้านหนองตอ ต.เชียงยืน อ.เมือง จ.ดรธานี นำเอาประทัดยักษ์แบบสามเหลี่ยมและแบบลูกบอลมาแกะเพื่อนำไปประกอบเป็นพลุตะไลเล็ก ไว้เล่นช่วงออกพรรษา ทำให้เกิดประกายไฟระเบิดฉีกมือซ้ายจนเป็นแผลหวิดขาด อีกคนเป็นเด็กนักเรียนชายชั้น ป.6 อายุ 12 ปี ชาวอำเภอกุมภวาปี ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัดที่มือขวา เบื้องต้นทราบว่า ซื้อประทัดลูกบอลมาจำนวน 2 ถุงในราคาถุงละ 80 บาท แล้วนำมาแกะมัดรวมกันเพื่อจุดจนเกิดระเบิดใส่มือฉีกขาด โดยทั้งสองรายังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี

วันเดียวกัน ที่ศาลากลางจังหวัดอุดรธานี นายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี พร้อมด้วย พล.ต.อำนาย จุลโนนยาง ผบ.มทบ.24 พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี และฝ่ายปกครอง ทหารตำรวจ ร่วมกันปล่อยแถวระดมกวาดล้างจับกุมผู้ลักลอบจำหน่ายประทัดดอกไม้ไฟ พลุตะไล ประทัดขนาดใหญ่ที่ไม่ได้รับอนุญาต เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดการบาดเจ็บที่อาจจะสูญเสียอวัยวะและชีวิตได้

โดยก่อนการปล่อยแถวนายชยาวุธ จันทร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การลักลอบจำหน่ายประทัดยักษ์ จนทำให้ผู้เล่นได้รับบาดเจ็บหลายรายขึ้น จึงได้กำชับให้ฝ่ายปกครองทุกอำเภอออกตรวจเข้มข้น ป้องปรามการกระทำผิดจากพลุ ประทัดและดอกไม้เพลิง พบเห็นผู้กระทำผิดจับกุมทันที สำหรับผู้บาดเจ็บ ได้ให้นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี พร้อมคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดอุดรธานี ไปเยี่ยมปลอบขวัญ พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นของผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัดยักษ์ รักษาตัวที่โรงพยาบาลอุดรธานี พร้อมมอบเงินช่วยเหลือจำนวน 3,000 บาท และถุงยังชีพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจำหน่ายดอกไม้เพลิง ประทัดยักษ์ พลุตะไล มีห้างสรรพสินค้ารายใหญ่แบบค้าส่งได้จำหน่ายและมีการเก็บสต๊อกไว้จำนวนมาก โดยอยู่ระหว่างการเข้าตรวจสอบเพื่อจับกุม โดยร้านค้าปลีกตามหมู่บ้าน ก็ซื้อมาจำหน่ายโดยไม่มีการขออนุญาต เพราะอ้างว่าเสียเวลา ขายไม่กี่วันและก็ขายกันในหมู่บ้าน โดยปีนี้น่าจะมีการกวดขันที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการสูญเสียเหมือนปีที่ผ่านๆมา

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน