ชาวบ้านทุ่งสองห้อง จ.อุบลราชธานี กว่า 51 ราย บุกสภ.วารินชำราบ แจ้งจับผู้ใหญ่บ้านปลอมเอกสาร-ลายมือชาวบ้านเบิกเงินโครงการประชารัฐ 500,000 บาท ไปต่อเติมบ้านของตนเอง ด้านผู้ใหญ่บ้านยันมีการประชาคมจริง พร้อมเข้าให้ข้อมูลตำรวจเปรยถูกผู้เสียผลประโยชน์กลั่นแกล้ง
เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่สภ.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กลุ่มชาวบ้านทุ่งสองห้อง ม.2 ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กว่า 51 ราย เดินทางเข้าแจ้งความเพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ดำเนินคดีกับประธานกองทุนหมู่บ้าน ในฐานะผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง ม.2 ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร และปลอมลายมือชื่อของชาวบ้าน จำนวน 51 ราย นำไปยื่นเบิกเงินจำนวน 500,000 บาท จากโครงการประชารัฐ แล้วนำมาต่อเติมบ้านพักของตัวเอง เพื่อทำเป็นร้านค้าสวัสดิการชุมชนอย่างไม่โปร่งใส โดยไม่ผ่านกระบวนการประชาคม ยินยอมจากชาวบ้าน แต่มีการปลอมลายมือชื่อของชาวบ้าน แล้วนำไปหลอกหน่วยงานว่าโครงการดังกล่าวได้ผ่านการประชาคมเห็นชอบจากชาวบ้านที่เป็นสมาชิกแล้ว
นางศิริเพ็ญ ไชยกาล อายุ 66 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91 ม.2 ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี สมาชิกกองทุนหมู่บ้านและตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า จากการที่รัฐบาลมีโครงการเพิ่มความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งสนับสนุนให้ทุกหมู่บ้านได้เสนอโครงการไปขอเพื่อมาดำเนินการจำนวน 500,000 บาท
โดยจะต้องมีสำนักงานกอง ทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ เป็นผู้กำกับดูแล ซึ่งผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง ในฐานะเป็นประธานกองทุนหมู่บ้านทุ่งสองห้องด้วย ดำเนินการจัดทำโครงการร้านค้าสวัสดิการชุมชน แล้วนำไปเสนอของบประมาณจำนวน 500,000 บาท เพื่อจะไปทำร้านค้าอยู่ที่บ้านพักของตนเอง แต่ไม่มีการทำประชาคม และขอความเห็นชอบจากสมาชิกกองทุน หรือชาวบ้านแต่อย่างใด
แต่ดำเนินการซึ่งมีการรับรู้เฉพาะคณะกรรมการกองทุนจำนวน 9 คนเท่านั้น ซึ่งในเหตุการณ์ดังกล่าวชาวบ้านได้เกิดข้อสงสัย และท้วงติงมาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2559 ว่าโครงการดังกล่าวไม่มีความโปร่งใส และอาจเสี่ยงต่อการทุจริตได้
ชาวบ้านจึงร้องเรียนไปยัง ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 8 จ.อุบลราชธานี รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี จนมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ และทราบข้อเท็จจริงว่าผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง และคณะกรรมการไม่มีการทำประชาคมตามระเบียบกองทุน มีการปลอมแปลงเอกสาร และปลอมลายมือชื่อของชาวบ้านจำนวน 51 ราย นำไปเบิกเงินออกมาใช้ส่วนตัว และต่อเติมบ้านพักของตัวเอง ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่ส่อไปในทางทุจริตและไม่เหมาะสม จึงได้เดินทางมาแจ้งความที่ สภ.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เพื่อขอให้ดำเนินคดีในข้อหาปลอมแปลงเอกสาร
พ.ต.อ.อดิเทพ พิชาดุล ผกก.สภ.วารินชำราบ กล่าวว่า ด้วยผู้เสียหายที่เป็นชาวบ้านและเป็นคดีเดียวกันเป็นจำนวนมาก จึงจะต้องสอบสวนอย่างละเอียด และจะได้เรียกตัวผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง มารับทราบข้อกล่าวหาให้เร็วที่สุด
ซึ่งหากการสอบสวนตรวจสอบเป็นจริง ก็จะเข้าข่ายเป็นความอาญาทางอาญา ในข้อหาปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และปลอมแปลงลายมือชื่อทำธุรกรรมทางการเงิน แต่ทั้งนี้คดีนี้น่าจะมีความคืบหน้าได้เร็ว เนื่องจากหน่วยงานของสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ได้ตรวจสอบพบแล้วว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่มีการทำประชาคมอย่างชัดเจน
ด้านนายคำรบ เครือณรงค์ นายอำเภอวารินชำราบ ในฐานะผู้บังคับบัญชาผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ทางอำเภอได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัยไว้แล้ว แต่จะต้องรอเอกสารยืนยันอย่างเป็นทางการ และคำแนะนำจากสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 8 อีกครั้ง เพื่อประกอบการพิจารณาลงโทษทางวินัยที่มีความเกี่ยวข้องในคุณสมบัติของผู้ใหญ่บ้าน แต่ทั้งนี้คณะกรรมการยังไม่มีข้อสรุปใดๆ ซึ่งผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง ก็ยังถือว่ายังเป็นผู้ถูกกล่าวหาอยู่ และยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้ใหญ่บ้านได้ตามระเบียบ ส่วนกรณีที่ชาวบ้านได้ไปแจ้งความ ในฐานะความผิดคดีอาญา ก็ให้เป็นไปตามกระบวนการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ
ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบข้อเท็จไปยัง ผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบว่ามีชาวบ้านเข้าไปแจ้งความเอาผิดตน แต่ก็พร้อมที่จะนำพยานหลักฐานเอกสาร และพยานบุคคล เข้าให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และยืนยันว่าการดำเนินการดังกล่าวตนเองได้ประชุมประชาคมสมาชิกกองทุน เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนของระเบียบกองทุนหมู่บ้าน
ส่วนการนำเงินจำนวน 500,000 บาท มาต่อเติมบ้านพักอาศัยส่วนตัวนั้น ชี้แจงว่า เนื่องจากที่บ้านพักส่วนตัว เป็นที่ทำการของกองทุนหมู่บ้านด้วย และการดำเนินโครงการตนต้องการที่จะทำนำร่องไปก่อน เพื่อสามารถหมุนเวียนเงิน เพื่อนำเงินส่งคืนกองทุนให้ได้ครบภายใน 5 ปี
จากนั้นหากสมาชิกต้องการที่จะมาบริหารก็สามารถทำได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่ดี และจะสามารถแบ่งเงินปันผลให้กับชาวบ้านได้ แต่มาเกิดปัญหาการร้องเรียนขึ้นมาก่อน ซึ่งส่วนที่ได้นำเงินมาใช้จ่ายต่อเติมบ้านพักส่วนตัวไปแล้ว ตนก็นำเงินคืนให้กับกองทุนไปหมดแล้วตามระเบียบ พร้อมกับระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากกลุ่มที่เสียผลประโยชน์ และกลุ่มการเมืองเก่าพยายามกลั่นแกล้ง
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนกันยายน 2559 โดยชาวบ้านได้เข้ายื่นเรื่องร้องเรียนไปตามหน่วยงานต่างๆ รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี และได้ตรวจสอบว่าผู้ใหญ่บ้านทุ่งสองห้อง นำเงินจำนวน 500,000 บาท ไปต่อเติมบ้านพักของตัวเอง และยินยอมที่จะคืนเงินทั้งหมดให้กับบัญชีของประชารัฐทั้งหมดแล้ว แต่ยังไม่มีการดำเนินการทางวินัย และความผิดอื่นๆแต่อย่างใด จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ชาวบ้านผู้ที่ถูกปลอมแปลงเอกสาร ได้มายื่นแจ้งความเพื่อดำเนินคดีอาญากับผู้ใหญ่บ้าน และเรียกร้องให้นายอำเภอวารินชำราบเอาผิดทางวินัยต่อไป



