เมื่อวันที่ 12 พ.ค. ที่ห้องประชุมอำเภอเมืองปัตตานี นายวีรนันทร์ เพ็งจันทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จ.ปัตตานี และพล.ต.จตุพร กลัมพสุต ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจปัตตานี ร่วมแถลงผลคืบหน้าคดี คนร้ายลอบวางระเบิดคาร์บอมหน้าห้างบิ๊กซี เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา
พล.ต.จตุพร เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงทั้ง 3 ฝ่ายสนธิกำลัง ร่วมกันในการไล่ล่าคนร้าย จนได้รับข้อมูลจากประชาชนว่ากลุ่มคนร้ายใช้ศาสนสถานในการก่อเหตุปล้นรถยนต์ โดยการลวงผู้เคราะห์ร้ายเข้ามาปล้นและฆ่าเจ้าทรัพย์ โดยมีบุคลากรทางการศาสนาส่วนหนึ่ง และเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมีส่วนรู้เห็น แต่จะมีส่วนร่วมก่อเหตุหรือไม่ขณะนี้ยังไม่มีการสรุป ซึ่งต้องรอการสอบสวนเสียก่อน
ผบ.หน่วยเฉพาะกิจปัตตานี กล่าวต่อว่า จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ขยายผลและสามารถควบคุมตัวนายสุฮัยมี สมาแอ ซึ่งเป็นแกนนำระดับสั่งการ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นผู้ขอใช้มัสยิดในวันก่อเหตุ จึงซักถามและขยายผลเมื่อคืนที่ผ่านมา และให้การรับสารภาพยอมรับว่ามีส่วนร่วมในการก่อเหตุ ในการปล้นทรัพย์รถในการประกอบระเบิด และซัดทอดให้การผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรง
ซึ่งในการก่อเหตุครั้งนี้ประกอบด้วยมีผู้ร่วมขบวนการประกอบด้วย 1.นายอันนุงวา กาซอ หรือ แบเลาะ 2.นายรุสลัน ใบหมะ หรือรุสดี 3.นายเมาลานา ส่าเมาะ 4.นายอิสมาแอล มอซู หรือแอ 5.นายบูคอลี หลำโซะ 6.นายอับดุลอาซิ จะปะกิยา หรือเปาะซู 7.นายมะนาเซ ไซดี หรือนาเซ และ 8.นายมูฮำมัด กาซอ หรือเลาะ ซึ่งทั้ง 8 คนนี้ เป็นคนเดิมๆ ที่ก่อเหตุมาหลายครั้ง มีหมายจับในคดีก่อเหตุระเบิดในพื้นที่จังหวัดปัตตานีและจังหวัดใกล้เคียงหลายครั้ง
ซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนี้จากการประมวลภาพรวบรวมผลการซักถามทั้งหมด น่าเชื่อว่าเป็นการวางแผนมาตั้งแต่ต้น และเลือกใช้ศาสนสถานเป็นที่ก่อเหตุ และบีบบังคับให้บุคลากรทางศาสนาเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งตรงนี้อยากให้ประชาชนใช้สติในการพิจารณา เป้าหมายในการก่อเหตุในครั้งนี้เพื่อก่อความแตกแยก ระหว่างประชาชนต่างศาสนา ถ้าไม่มีการพิจารณารอบด้าน อย่างรอบคอบ ก็จะตกเป็นเหยื่อของวงจรอุบาทว์ที่พยายามจะสร้างความแตกแยกตลอด 13 ปี ที่ผ่านมา ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบโดยตรง
พล.ต.จตุพร กล่าวว่า ส่วนแรงจูงใจหลักที่กลุ่มคนร้ายมุ่งเป้าก่อเหตุกับห้างบิ๊กซีนั้น ในขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะมุ่งประเด็นไปเรื่องอื่น นอกจากเป็นเรื่องของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ แต่ที่มีข้อสงสัยว่าหากก่อเหตุแล้วกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบจะเสียมวลชนนั้น ในทางกลับกันทางกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ต้องการใช้ความรุนแรงเพื่อควบคุมมวลชน เหตุผลก็คือประชาชนหันมาให้ความร่วมมือมากขึ้น เช่นเดียวกับในคดีนี้ ถ้าไม่มีประชาชนให้ความร่วมมือ ในการให้ข้อมูลทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถทำงานได้เร็วขนาดนี้ ซึ่งนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ประชาชนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่มากขึ้น ซึ่งทางกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบพยายามเรียกมวลชนกลับคืนมา โดยการใช้วิธีเดิมๆ โดยการใช้ความรุนแรงเข้าควบคุมมวลชน
“ส่วนผู้นำศาสนาที่ถูกเชิญตัวไปนั้น เบื้องต้นยังอยู่ระหว่างรู้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือไม่นั้น ยังคงต้องรอหลักฐานด้านอื่นๆ อย่างไรก็ตาม จากการซักถามข้อมูลให้การเป็นประโยชน์ จนได้ตัวนายสุฮัยมี ฉะนั้นตรงนี้ ถือว่าได้ช่วยเจ้าหน้าที่ในการคลี่คลาย สถานการณ์ในครั้งนี้ เชื่อว่าไม่น่าจะอยู่ในข่ายผู้ก่อเหตุ เบื้องต้นเชื่อว่าจะเป็นลักษณะถูกบีบบังคับ ให้จำนนจำยอม ให้ใช้ศาสนสถานก่อเหตุ” พล.ต.จตุพร กล่าว
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า ในทางคดีมีความคืบหน้าไปมากแล้ว และรู้ตัวกลุ่มขบวนการที่ก่อเหตุในครั้งนี้ ขณะนี้อยู่ในการควบคุมตัว 2 ราย ซึ่งให้การในทิศทางที่เป็นประโยชน์ ทำให้รับทราบข้อเท็จจริงในวันนี้ ในเรื่องของเส้นทางในการก่อเหตุ โดยมีการวางแผนเส้นทางและพฤติกรรมการก่อเหตุค่อนข้างสมบูรณ์ โดยพบว่าผู้ก่อเหตุมีมากกว่า 10 ราย มีการวางแผนเป็นเวลานานมากพอสมควร
“ตอนนี้ได้เร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเชื่อว่าคดีนี้มีพยานหลักฐานพอสมควร ยืนยันว่าสามารถออกหมายจับผู้ต้องหาที่ร่วมกระทำผิดได้แน่นอน ซึ่งตอนนี้ออกหมายจับ 1 ราย แต่อีก 2 คน ยังอยู่ในการควบคุมตัว และจะมีการออกหมายใจเพิ่มอีกในเร็วๆนี้ ส่วนนายกอบต.และผู้นำศาสนานั้น ในกระบวนการสอบสวน เราเชิญผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุ ซึ่งถือเป็นพยานบุคคลในวันเกิดเหตุนายกอบต.ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ อาจจะรู้เห็นเหตุการณ์ จึงจะเชิญมาสอบเป็นพยาน รวมถึงประชาชนทั่วไปก็เชิญมาให้ข้อมูล ซึ่งในการรวบรวมพยานหลักฐานก็จะได้มาวิเคราะห์กันอีก ทั้งพยานบุคคลและพยานหลักฐานต่าง ๆว่าเกี่ยวข้อง ไม่เกี่ยวข้องอย่างไร แต่ตอนนี้ยืนยันว่ามีการควบคุมตัวเพียง 2 ราย” พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ กล่าว
ส่วนการเสียชีวิตของนายนุสน ขจรคำ นั้น ผลการชันสูตรยังไม่ออกมา แต่การพิสูจน์ทราบเบื้องต้นพบว่ามีการทำร้ายร่างกาย และพบหัวกระสุนขนาด 9 มม.ฝั่งอยู่ในศีรษะ