โฆษกกอ.รมน.ภาค 4 แถลง ยันแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่สนข้อเสนอหยุดปฏิบัติการทางทหาร เปิดทางแก้ปัญหาโควิดระบาด ยันเป็นเจ้าหน้าที่จะละเว้นการทำงานไม่ได้

วันที่ 13 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานตามที่มีการเรียกร้องของภาคประชาสังคมเรียกร้อง กลุ่มคิดต่างให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้ยุติการปฏิบัติการณ์ทางทหาร เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่เข้าดูแลจัดการแก้ไขปัญหาการแพร่เชื้อโควิด 19 ในพื้นที่อย่างเข้าถึง จากนั้นเพียงไม่กี่วันในนามกองกำลัง BRN Army ออกแถลงการณ์ยุติการเคลื่อนไหวทางทหารในทุกรูปแบบ ในช่วงระบาดเชื้อโควิด 19 พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนในพื้นที่ร่วมมือกันแก้ไขการป้องกันเชื้อโควิด19 อย่างเคร่งครัด เรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามแนวสาธารณะสุขและผู้นำในพื้นที่อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ตามในพื้นที่ยังคงเห็นภาพการปิดล้อมตรวจค้นในพื้นที่มาอย่างต่อเนื่องของหน่วยเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในขณะที่ในพื้นที่มีการประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ตาม พรบ.ป้องกันโรคระบาด เคอร์ฟิว อำเภอข้ามเขตอำเภอ ห้ามข้ามเขตจังหวัด ทั้งนี้ เพื่อเป็นไปตามมาตรการการป้องกัน การแพร่ของเชื้อโควิด19 จึงเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ดังกล่าวเป็นวงกว้าง เพราะจากมาตรการป้องกันโควิด19 ห้ามประชาชนออกจากบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็น จึงทำให้ประชาชนต้องได้รับความเดือดร้อนมากพอสมควรอยู่แล้ว แต่เมื่อในพื้นที่ยังคงมีมาตรการปิดล้อมตรวจค้นเช่นนี้ถูกมองว่าเป็นการซ้ำเติมหรือไม่ จึงมีการเรียกร้องจากภาคประชาสังคมให้ทั้งสองฝ่ายยุติปฏิบัติการณ์ทางทหารในช่วงการระบาดโควิด19

เกาะติดข่าวโควิด กดติดตามไลน์ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

พ.อ.เกียรติศักดิ์ ณีวงษ์ โฆษก กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยกรณี กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 7 จัดกำลังในส่วนของชุดปฏิบัติการจรยุทธ ตามแผนยุทธการและการตั้งจุดตรวจจุดสกัดไม่ประจำที่ (POP UP) ร่วมกับ ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน บ้านพงบือเราะ หมูที่ 4 ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่ เข้าบังคับใช้กฎหมายในการตรวจค้น นาย อิสมาแอ ยะมะลี บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 4 ตำบลลุโบะบายะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส ผลจากการตรวจค้นพบยาเสพติดให้โทษประเภท 1 แอมเฟตามีน (ยาบ้า) จำนวน 198 เม็ด และยาเสพติดให้โทษประเภท ยากดประสาท จำนวน 9 เม็ด พร้อมรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ สแมชสีดำขนาด 110 ซีซี ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน จึงได้ดำเนินการนำตัว นาย อิสมาแอ ยะมะลี มาบันทึกประวัติ ณ กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 7 บ้านโคะ หมู่ที่ 5 ตำบลจอเบาะ อำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส และได้ดำเนินการส่งตัวพร้อมของกลางให้กับสถานนีตำรวจภูธรยี่งอ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

จากผลการปฏิบัติดังกล่าว ฝ่ายตรงข้ามกับเจ้าหน้าที่รัฐ เรียกร้องให้รัฐยุติการปฏิบัติติในการตรวจค้นและจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย โดยอ้างว่าเนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่งเสี่ยงต่อการแพร่กระจายเชื้อไวรัส และฝ่าฝืนมาตรการด้านการสาธารณสุข ทั้งนี้ พล.ท.พรศักดิ์ พูลสวัสดิ์ แม่ทัพภาค ที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 สั่งการให้หน่วยและเจ้าหน้าที่เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในเขตรับผิดชอบ บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน ในการดูแลรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สิน ให้กับพี่น้องประชาชน รวมไปถึงการบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิด ทั้งนี้เจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิดกฎหมายได้ ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ความขัดแย้งส่วนตัว หรือคดียาเสพติด เพื่อนำตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด

โดยพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่ใช่สนามรบ ในพื้นที่ไม่มีการรบ มีแต่การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้กระทำผิดกฎหมายเพื่อความสงบเรียบร้อย เพราะฉะนั้นหากยังคงมีการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถละเว้นการปฏิบัติติตามหน้าที่ได้เช่นกัน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน