เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. ที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (กก.1 บก.ทท.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท. พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท. พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สปพ. ทท. ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย หลังปูพรมกวาดล้างในชื่อ “ปราบปรามปั๊มป้ายปลอม” ทั้งหมด 14 จุด โดยมีหัวหน้าขบวนการคือนายไพรินทร์ เพ็งศรีทอง อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 142/186 แขวงบางแค เขตบางแค กทม. เจ้าของร้านเพชร ป้ายทะเบียน ในข้อหาอั้งยี่ ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ
ส่วนผู้ต้องหารายอื่นๆแจ้งข้อหาเดียวกัน และเพิ่มเติมพรบ.ยาเสพติดฯ และพ.ร.บ.อาวุธปืน พร้อมของกลาง แท่นพิมพ์ป้ายทะเบียน จำนวน 3 แท่น ป้ายทะเบียนรถยนต์ จำนวน 161 แผ่น ป้ายเสียภาษีรถยนต์ 7 แผ่น รถยนต์ 7 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คัน อาวุธปืนสั้นเถือน ขนาด 9 มม. 1 กระบอก เครื่องกระสุนปืน 65 นัด ยาไอซ์ 1.05 กรัม สมุดบัญชีเงินฝาก 32 เล่ม โทรศัพท์มือถือ 10 เครื่อง คอมพิวเตอร์พร้อมเครื่องปริ้น 2 ชุด แผ่นพลาสติกแม่พิมพ์ ขส. 4 ชิ้น วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง และเอกสารการเงินจำนวนหนึ่ง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า จากการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรม ที่มีพฤติการณ์ดังกล่าวเป็นกลุ่มอาชญากรรมขนาดใหญ่ มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบ มีการกระทำผิดหลายพื้นที่ โดยใช้สื่อทางสื่อออนไลน์ ในการสั่งซื้อและจำหน่าย จึงได้จัดตั้งชุดทำงานบูรณาการกำลังหลายฝ่าย ได้แก่บช.น. บก.สปพ. บกน.1 บช.ก. บก.ทท. ปปง. ในการการปราบปรามผู้มีอิทธิพลหรือกลุ่มอาชญากรรมต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่มที่มีพฤติการณ์ในการโจรกรรมรถยนต์ส่งไปขายยังประเทศเพื่อนบ้าน กลุ่มรับจำนำรถยนต์ผิดกฎหมาย กลุ่มรับปลอมแปลงเอกสารทางทะเบียนต่างๆ
ผบก.สปพ. กล่าวต่อว่า โดยการปฏิบัติการครั้งนี้มีกลุ่มผู้ต้องหาใช้สื่อออนไลน์ (เฟซบุ๊ก) ในการติดต่อซื้อขายจำหน่าย โดยใช้ชื่องานเอกสาร รถหลุด จำนำ ชัดเจน ไม่โกง ที่ได้เปิดเพจรับจ้างทำแผ่นป้ายทะเบียนรถยนต์ปลอม ป้ายทะเบียนเสียภาษีประจำปีปลอม สมุดคู่มือทะเบียนรถยนต์ปลอม พบว่ามีการปกปิดข้อมูลร่วมกัน กระทำการเป็นขบวนการการ แบ่งงานกันทำ และมีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วประเทศ
จากนั้นได้สืบสวนจนได้ข้อมูลที่แน่ชัดจึงขอหมายจับศาลอาญา จำนวน 8 ราย ได้แก่ นายไพรินทร์ เพ็งศรีทอง อายุ 41 ปี เจ้าของร้านเพชร ป้ายทะเบียน น.ส.อัจฉรา ไวยประเสริฐ อายุ 39 ปี เจ้าของบัญชี นายเผดิมพงษ์ เพ็งศรีทอง อายุ 20 ปี เจ้าของบัญชี ทั้ง 3 คือพ่อแม่ลูก นางนฤมล เพ็งศรีทอง 46 ปี พี่สาวนายไพรินทร์ ผู้ดูแลร้าน นายพัทธพล สิทธิประชาราษฎร์ อายุ 21 ปี เจ้าของบัญชี นายวัฒนา มาเมือง อายุ 37 ปี เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก นายศุภชาติ คำชื่น อายุ 40 ปี นายกิตติกร ตันสิงห์ อายุ 27 ปี พนักงานร้าน
จากนั้นปูพรมบูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายเป้าหมายตามจุดต่างๆ 14 จุด ทั่วประเทศ อาทิ กทม. ย่านคลองถม จ.ชลบุรี จ.เพชรบูรณ์ เป็นต้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 8 ราย และยังจับกุมเพิ่มเติมอีก 3 ราย เป็นพนักงานทั่วไป รวมทั้งหมด 11 ราย เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตามข้อกล่าวหา ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวนสน.พญาไท ดำเนินการต่อไป
อีกราย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบก.สปพ. นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผอ.ฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมแถลงจับกุมนายวัลลภ ขีดเขียน อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100/1014 ม.14 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ข้อหาลักทรัพย์ จับกุมได้ที่หอพักแห่งหนึ่งในซอยวิภาวดีรังสิต 16/26 แขวงดินแดง เขตดินแดง
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว กก.6 บก.ทท. ได้รับแจ้งลักทรัพย์นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหลังครั้ง จึงทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ก่อเหตุคือนายวัลลภ ขีดเขียน จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับ โดยหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาได้หลบหนีการจับกุมมาพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักภายในซอยวิภาวดีรังสิต 16/26 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำกำลังไปซุ่มบริเวณหน้าที่พัก ต่อมาพบผู้ต้องหาเดินออกมาที่บริเวณหน้าล็อบบี้ห้องพัก เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมหมายจับเข้าจับกุม
พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหาจะเลือกก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ขณะรอโดยสารเครื่องบินในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยอาศัยช่วงจังหวะที่นักท่องเที่ยวเผลอฉกเอาของมีค่าก่อนจะหลบหนีไป จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหารายนี้พบว่าก่อเหตุมาแล้วไม่ต่ำกว่า 6 ครั้ง โดยแต่ละครั้งจะได้ทรัพย์สินเช่น กระเป๋า โทรศัพท์ แท็บเล็ต ซึ่งการกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และทำลายภาพลักษณ์ของประเทศไทยอย่างมาก เบื้องต้นนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีต่อไป




