Khaosod
Online

วันอังคาร ที่ 19 ม.ค. 2564

บุกพิสูจน์ดวงไฟประหลาด ลอยวูบวาบหายเข้าถ้ำ "ศาลเจ้าพ่อเขาหนองกรวยช้าง"

9 พ.ค. 2563 - 18:03 น.

บุกพิสูจน์ดวงไฟประหลาด ลอยวูบวาบหายเข้าถ้ำ "ศาลเจ้าพ่อเขาหนองกรวยช้าง"

จากกรณีชาวบ้าน 3 หมู่ ในพื้นที่ ต.รางบัว จ.ราชบุรี หลายสิบคนพบเห็นดวงไฟประหลาดเปลี่ยนสีได้เป็น สีส้ม สีเขียว สีแดง และสีขาว ลอยวูบวาบขึ้นสูงต่ำอยู่เหนือยอดไม้กลางทุ่งนา ก่อนหายเข้าไปบริเวณเชิงเขาหนองกรวยช้าง ทำให้มีชาวบ้านจากพื้นที่ต่างๆพากันเข้ามาพิสูจน์ว่าดวงไฟนี้เป็นอะไรกันแน่

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

ล่าสุดเรื่องนี้ วันที่ 9 พ.ค. นายกล้า แก้วพฤกษ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 3 ต.รางบัว พร้อมชาวบ้านกว่า 20 คน ขึ้นไปสำรวจบริเวณถ้ำเขาหนองกรวยช้างที่ชาวบ้านหลายสิบคนพบเห็นดวงไฟประหลาดลอยหายเข้าไป พบว่าปากถ้ำถูกปิดไม่สามารถเข้าไปพิสูจน์ภายในได้ พบแต่เพียงคราบงูมีพิษขนาดใหญ่อยู่รอบๆทางเข้าถ้ำ ที่มีศาลเจ้าพ่อเขากรวยช้างตั้งอยู่ และยังพบกระบอกเซียมซีวางไว้โดยไม้เซียมซีมีเลขติดไว้ด้วย สำหรับให้ชาวบ้านที่ขึ้นมากราบไหว้ขอโชคลาภ

แต่เนื่องจากชาวบ้านไม่ค่อยกล้าขึ้นมาบริเวณนี้ และศาลมีสภาพเก่าทำให้เลขที่เขียนไว้ที่ไม้เซียมซีถูกปลวกกัดกินจนแทบจะมองตัวเลขไม่เห็น ยกเว้นเลข 5 เลข 19 และเลข 13 ยังมีสภาพสมบูรณ์ ชาวบ้านที่ขึ้นไปสำรวจต่างถ่ายรูปไว้แล้วนำไปโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ทำให้คนอื่นๆที่รู้ข่าวพากันปห่หาซื้อเลข 19, 13, 519 และ 513 กันจำนวนมาก

ดวงไฟประหลาด

นางลำใย ภูบาน อายุ 61 ปี เล่าความลี้ลับของถ้ำเขาหนองกรวยช้าง ซึ่งมีตำนานเล่าสืบต่อกันมานาน ว่า บริเวณเขาหนองกรวยช้าง มีเรื่องลี้ลับมากมาย ตนและชาวบ้านเคยเจอมากับตัวแล้วหลายครั้ง แต่สมัยปู่ย่าตายายเล่าให้ฟังว่า นับตั้งแต่สมัยเมื่อสงครามไทยกับพม่า บริเวณนี้ป็นจุดยุทธศาสตร์ส่งเสบียงของทหารพม่าเมื่อเข้ามาตีทหารไทย แต่ทหารพม่าไม่สามารถส่งเสบียงให้กำลังทหารพม่าที่เข้ามารุกประเทศไทยได้ เนื่องจากอิทธิฤทธิ์ของเจ้าพ่อเขาหนองกรวยช้าง ทำให้ทหารพม่าต้องล่าถอยกลับบ้านเมืองไป และเมื่อ 300 ปีที่ผ่านมา ชาวบ้านเชื่อกันว่าบริเวณเขาหนองกรวยช้าง เป็นประตูสู่เมืองลับแล

" ตามเรื่องเล่าของคนเก่าคนแก่บอกว่า มีสามีภรรยาอยู่คู่หนึ่ง อยู่กินด้วยกันจนมีลูกชายวัย 2 ขวบ ในเมืองลับแล วันหนึ่งฝ่ายภรรยาได้ออกไปหาผลไม้ และให้สามีเป็นคนดูแลลูกชาย แต่ลูกชายร้องไห้หาแม่ไม่ยอมหยุด จนฝ่ายสามีต้องปลอบลูกชายว่า "อย่าร้องไห้ อีกแป๊ปเดียว เดี๋ยวแม่เจ้าก็กลับมาแล้ว" แต่มีชาวบ้านคนอื่นในเมืองลับแล ได้ยินฝ่ายสามีพูดโกหกลูกชายแบบนั้น จึงนำเรื่องไปแจ้งผู้ดูแลเมืองลับแล ซึ่งเมืองลับแล มีกฎว่า ห้ามทุกคนในเมืองลับแลพูดโกหก จึงสั่งลงโทษฝ่ายสามี โดยไล่ให้ออกไปจากเมืองลับแล ห้ามกลับเข้ามาในเมืองลับแลอีก

ดวงไฟประหลาด

ภรรยาทราบเรื่องรู้สึกเสียใจมาก เพราะรักสามียิ่งกว่าชีวิต จึงไปแอบหักกิ่งขมิ้นใส่ถุงย่ามไว้เต็มถุงยาม ให้ฝ่ายสามี เพื่อให้สามีทิ้งกิ่งขมิ้นไว้ตามพื้นก่อนออกพ้นประตูถ้ำเมืองลับแล เพื่อยามใดคิดถึงลูกเมีย จะได้เดินตามกิ่งขมิ้นกลับมาเยี่ยมลูกกับเมียถูก แต่ฝ่ายสามีออกเดินทางไปได้ไม่ถึงไหนก็รู้สึกเหนื่อยเพราะถุงย่ามที่ใส่กิ่งขมิ้นหนักมาก จึงเทกิ่งขมิ้นทิ้ง เหลือไว้เพียง 6 กิ่ง ก่อนจะออกเดินทางต่อ และทำสัญลักษณ์ไว้กับต้นไม้แทน เพื่อจะได้จำทางกลับได้

ดวงไฟประหลาด

แต่เมื่อพ้นประตูเมืองลับแล หรือ ปากถ้ำเขาหนองกรวยช้าง ฝ่ายสามีจึงหันหลังกลับไปดู พบว่าไม่มีประตูเมืองลับแลอยู่แล้ว และเมื่อเปิดในถุงย่ามจึงเห็นว่ากิ่งขมิ้นที่ฝ่ายภรรยาหักมาใส่ให้ในถุงย่าม กลับกลายเป็นทองดำ แต่ฝ่ายสามีต้องการจะกลับไปหาภรรยาและลูกชายที่เมืองลับแลให้ได้ จึงตั้งหลักปักฐานอยู่บริเวณเชิงเขาหนองกรวยช้าง แต่ก็ไม่สามารถกลับเข้าไปในเมืองลับแลได้กระทั่งเสียชีวิต และกลายเป็นดวงจิตที่ค่อยเฝ้าปากถ้ำเขาหนองกรวยช้าง เมื่อทุกคนเข้าไปใกล้จะถูกดวงจิตขับไล่ออกมา เพื่อป้องกันประตูเมืองลับและปกป้องสมบัติไว้ ไม่ให้ใครล่วงรู้หรือมาขโมยเอาไป "

line-qr

เกาะติดข่าวสำคัญ

กดติดตาม "ข่าวสด"

single-line

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน












ภาพที่



อัลบั้มภาพ บุกพิสูจน์ดวงไฟประหลาด ลอยวูบวาบหายเข้าถ้ำ "ศาลเจ้าพ่อเขาหนองกรวยช้าง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง