ร่างทรง จากกรณีโซเชียลแชร์พฤติกรรมของร่างทรงคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นร่างทรงปู่สมิงพรายดำ รักษาคนถูกมนต์ดำ คุณไสย์ แต่กลับใช้วิธีรักษาที่แปลกประหลาด โดยการล้วงหน้าอก และของสงวนหญิง ทำให้มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงการรักษาสุดแปลกดังกล่าวอย่างกว้างขวาง ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น อ่านข่าว เพจดัง จวกพิธีกรรมพิลึก ไล่ผีหรือล่วงละเมิด ใช้มือล้วงหน้าอก ของสงวนหญิงสาว

ล่าสุดวันที่ 10 พ.ค. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหลังหนึ่ง พื้นที่ ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ในการรักษาคนป่วยของร่างทรงคนดังกล่าว แต่พบว่า ร่างทรงไม่ได้อยู่บ้าน เนื่องจากเดินทางไปทำงานที่ จ.ตราด โดยครอบครัวของร่างทรงให้ข้อมูลว่า ชายที่เป็นร่างทรงรักษาคนป่วย คือ นายสายยนต์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี

เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด ได้ที่นี่
เพิ่มเพื่อน

โดย นางบุญสม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 81 ปี แม่ของ นายสายยนต์ กล่าวว่า ภาพที่มีการแชร์ลงไปในโลกโซเชี่ยลเป็นการรักษาคนป่วยของลูกชายตนจริง แต่ไม่ได้เป็นการทำอนาจารอย่างที่หลายคนเข้าใจ เพราะเป็นเพียงการรักษาคนป่วยที่ถูกคุณไสย์มนต์ดำ โดยการใช้ฝ่ามือและใช้มีดหมอขูดไล่สิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย รวมถึงการทำน้ำมนต์ปลุกเสกให้คนป่วยได้ดื่มกินและอาบเพื่อรักษาโรค ลูกชายของตนได้เข้าสำนักร่างทรงและร่ำเรียนวิชาการรักษาคนป่วย จนสามารถเปิดรักษามาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี แต่ไม่ได้เปิดเป็นสำนักร่างทรงอย่างที่หลายคนเข้าใจ ในการรักษาจะใช้พื้นที่บริเวณหลังบ้านเป็นจุดอาบน้ำมนต์และรักษา ที่ผ่านมาก็มีคนที่รักษาจนหายเป็นจำนวนมาก และไม่เคยมีเรื่องถูกแจ้งความดำเนินคดีเรื่องการทำอนาจารแต่อย่างใด

ขณะที่ นางยุพิน (ขอสงววนามสกุล) อายุ 54 ปี พี่สะใภ้ของร่างทรง กล่าวว่า ตามปกติ นายสายยนต์ ไม่ได้เปิดสำนักร่างทรงหรือรักษาคนป่วยเป็นอาชีพ จะเป็นการรักษาเป็นรายๆ ไปมากกว่า โดยคนป่วยที่เข้ามารักษาส่วนใหญ่ จะทราบเรื่องจากคนรู้จักและเดินทางมาหา นายสายยนต์ ที่บ้าน เพื่อให้รักษา ซึ่งในการรักษานั้น ก็ไม่ได้มีการเรียกเก็บเงินค่ารักษา มีเพียงการนำเงินใส่พานค่าครู จำนวน 32 บาท เท่านั้น ส่วนภาพที่เห็นว่ามีการล้วงมือเข้าไปใต้ร่มผ้าของคนป่วย ก็เป็นการรักษา ดึงเอาสิ่งของไม่ดีออกจากตัวคนป่วย ซึ่งก่อนรักษาก็จะมีการบอกกับคนป่วยและญาติที่เดินทางมาด้วยก่อน ว่าจะต้องมีการล้วงเข้าไปดึงสิ่งไม่ดีออกมา หากคนป่วยและญาติไม่สบายใจหรือไม่อนุญาต ก็จะไม่มีการรักษาในลักษณะดังกล่าว และที่สำคัญก็ไม่ใช่ว่าจะรักษาในลักษณะเช่นนี้ทุกคน

จากนั้น ทางครอบครัวได้พาผู้สื่อข่าวไปดูบ้านของ นายสายยนต์ ที่ใช้เป็นสถานที่รักษา พบว่าเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ลักษณะค่อนข้างทรุดโทรม ไม่ได้เป็นสำนักร่างทรงเหมือนที่หลายคนเข้าใจ โดยสถานที่ใช้ในการรักษา จะอยู่ที่บริเวณหลังบ้าน ที่เป็นลานสำหรับอาบน้ำมนต์ โดย นายวิโรจน์ อายุ 56 ปี พี่เขยของ นายสายยนต์ กล่าวว่า ตามปกติ นายสายยนต์ จะทำงานเป็นคนขับรถบริษัทรับเหมาก่อสร้างและจะเดินสายไปทำงานตามจังหวัดต่างๆ เป็นประจำ แต่หากมีคนป่วยที่ต้องการจะรักษาตัวเดินทางมารอรักษาที่บ้าน ก็จะนัดหมายกลับมาทำพิธีให้ แต่ถ้าผู้ป่วยรายใดที่ไม่สะดวกเดินทางมาที่บ้าน ก็จะติดต่อให้ นายสายยนต์ ไปทำพิธีให้ที่บ้าน

การรักษาก็มีอุปกรณ์เพียงมีดหมอและขันต์น้ำมนต์เท่านั้น ตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมา มีคนป่วยที่เข้ามารักษาจนหายเป็นปกติมากมาย และไม่เคยมีการแจ้งความเอาผิดกับ นายสายยนต์ แต่อย่างใด เพราะคนป่วยและญาติๆ ล้วนเข้าใจดีว่าการล้วงเข้าไปเอาสิ่งไม่อีออกจากร่างกายเป็นขั้นตอนของการรักษาเท่านั้น

ทางด้าน น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 27 ปี หนึ่งในคนป่วยที่เคยเดินทางมาเข้ารับการรักษากับ นายสายยนต์ ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ก่อนที่จะเดินทางมาเข้ารับการรักษาจาก นายสายยนต์ นั้น ตนมีอาการไม่สบายใจ นอนไม่หลับและปั่นป่วนหัวใจ คล้ายคนโดนของ จึงตัดสินใจเดินทางมาอาบน้ำมนต์และรับการรักษาที่นี่ ก่อนรักษาพ่อปู่ก็จะบอกว่าจะต้องมีการล้วงเข้าไปเอาสิ่งไม่ดีที่อยู่ในร่างกายของตนออกมา โดยในการล้วงเข้าไปนั้น มือของพ่อปู่ก็ไม่ได้ไปแตะต้องที่หน้าอกหรืออวัยวะเพศของตน เป็นเพียงการล้วงเข้าไปใต้ร่มผ้าและเฉียดๆ กับหน้าอกเท่านั้น ไม่ใช่การเอามือไปบีบหน้าอกหรือจับที่อวัยวะเพศอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ซึ่งตนขอยืนยันว่าทั้งหมดเป็นวิธีการรักษา ไม่ใช่การทำลามกอนาจาร หลังจากตนเข้ามารับการรักษา เมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็รู้สึกว่าร่างกายและจิตใจดีขึ้น ชีวิตดีขึ้น ได้พอเจอแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต หากถามว่า ตนเชื่อว่าเป็นเพราะการรักษาจากพ่อปู่หรือไม่ ก็ต้องตอบว่าตนเชื่อว่าเป็นผลมาจากการรักษาของพ่อปู่ ส่วนคนที่ไม่เชื่อและเห็นภาพการรักษาจากโซเชี่ยลมีเดียจนเข้าใจผิด ก็ขอให้ทำความเข้าใจเสียใหม่ ว่าพ่อปู่ไม่ได้ทำลามกอนาจารอย่างที่หลายคนเข้าใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน