เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวไดัรับแจ้งจาก ผญบ.สมควร เพชรเรือนทอง ว่ามี แม่กับลูกที่จากกัน 31 ปี ไม่เคยเจอกันมาก่อน จึงได้เดินทางไปยัง หมู่ที่7 ต.ดินอุดม อ.ลำทับ จ.กระบี่ จากการบอกกล่าวของผญบ.สมควร เพชรเรือนทอง ว่าเมื่อ 31 ปีที่แล้ว นางประเสริฐ วัดปาชัด อายุ 49 ปี นามสกุลเดิม แต่ปัจจุบัน ได้เปลี่ยนเป็นปานชู โดยนางประเสริฐ บ้านเดิม อยู่ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี และได้แยกทางกับสามี ขณะนั้นลูกยังเล็กมาก นางประเสริฐ อายุแค่ 17 ปี ได้ฝากลูกกับยาย หลังจากนั้น นางประเสริฐ ก็ได้มาทำงานที่ ต.ดินอุดม อ.ลำทับ ต่อมาอีกหลายปีก็ได้สามีใหม่และมีลูก 3 คน นางประเสริฐ หวังลึกๆ ว่าสักวันหนึ่ง ลูกชาย โตขึ้นมา คงจะมาหาแม่ได้ เพราะได้ทิ้งบัตรประจำประชาชนไว้ให้
ขณะเด็กชายเอกชัย สักกะตะ ในวัยเด็กขณะนั้น อยู่กับยายฉอ้อน ซึ่งเป็นพี่สาวของย่า เด็กชายเอกชัย ยายฉอ้อนได้เลี้ยงดูจนโตและส่งเสียให้เรียนหนังสือจนจบ โตขึ้นมา นายเอกชัย สักกะตะ ไดับรรจุเป็นนายทหาร สิบเอกเอกชัย สักกะตะ สังกัดอยู่บ้านพักทหารปืนใหญ่ 822/5 ม.12 ต.ดงพระราม จ.ปราจีนบุรี ต่อมาได้แต่งงาน กับ น.ส.ณัชชา ติณิรักษ์ อายุ 34 ปี ปัจจุบันเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนเทศบาล3 (วัดแก้วพิจิตร) น.ส.ณัชชา บอกว่า สิบเอกเอกชัย พยายามตามหาแม่ตลอด แต่ก็ไม่พบ เนื่องจาก นางประเสริฐ ได้เปลียนนามสกุล เป็น ปานชู ซึ่งหาในทะเบียนราษฎร์ไม่พบ
จนต่อมาได้ทราบว่าสิบเอกเอกชัย สักกะตะ ต้องการที่จะพบแม่เพราะตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเจอแม่เลย จึงอยากให้ฝันเป็นจริง ด้วยการพยายามหาบุคคลตามบัตรประชาชน แต่ไม่พบข้อมูล จึงได้ตามหาจากข้อมูลวันเดือนปีเกิด ก็พบว่ามีคนชื่อประเสริฐ แต่นามสกุลปานชู ย้ายมาอยู่ที่อำเภอดินอุดม จังหวัดกระบี่ จึงได้พยายามหาบุคคลที่รู้จัก โดยพยายามสอบถามในเฟซบุ๊ก แต่ก็ไม่มีใครรู้จัก โดยหนึ่งในผู้สอบถามมีนายสุรเวช บุญเดช ได้ติดต่อกลับมา ว่าอยู่ใกล้บ้านเลขที่ที่ตามหา และจะไปติดต่อกับทางผู้ใหญ่บ้านให้ เมื่อทางผู้ใหญ่บ้านได้มาสอบถามนางประเสริฐว่าเคยมีลูกชายไหม ก็ตอบว่ามีกับคนชื่อเอี้ยง นับถือศาสนาคริสต์ ซึ่งข้อมูลตรงกัน จึงได้นัดมาเจอในวันนี้ จนเกิดภาพสุดซาบซึ้งที่ลูกชายพยายามตามหาแม่จนวันนี้ได้พบจนได้

