“แม่ทัพภาค 4” เมินหนุ่มโพสต์ขู่ตั้งค่าหัว 1 ล้าน ย้อนกลับเอาเวลาไปขโมย “นกเขา-นกกรงหัวจุก” ได้เงินมากกว่า ไม่ต้องมาเสียเวลาฆ่าผม
เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวถึงกรณีที่มีผู้ใช้เฟสบุคชื่อว่า Suding Su Patani โพสต์ภาพของพล.ท.ปิยวัฒน์ ลงบนเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา แล้วเขียนว่า “ประกาศตัดหัวให้ 1,000,000” ว่า ตนคิดว่าขบวนการพวกเขาน่าจะมีความระส่ำระส่าย ไม่สามารถควบคุมกันได้ ทั้งในแง่ยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ด้านเศรษฐกิจ และมวลชน จึงหันมาโพสต์ข้อความแบบนี้ขึ้นมา ขณะเดียวกันเงิน 1 ล้านบาทถือว่าเป็นเงินจำนวนมากสำหรับพวกขบวนการที่แอบอยู่ข้างบนภูเขา ตนจึงคิดว่าการที่โพสต์ประกาศค่าหัวตนนั้น เป็นเพียงการลดปมด้อยของพวกเขา ที่ไม่มีงาน ไม่มีอาชีพ อีกทั้งก็ไม่มีใครสนับสนุนเงินทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงภัยแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ก็ไม่ให้ความสนับสนุน เช่นกัน ดังนั้นเงิน 1 ล้านบาท จึงมีค่า และมีความหมายสำหรับพวกเขา
อ่านข่าว ล่าตัวหนุ่มสุดเหิม! โพสต์ประกาศตัดหัวแม่ทัพภาค 4 ให้ค่าหัว 1 ล้านบาท!!
พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในความเป็นจริงประชาชนในพื้นที่เขาปฏิเสธการใช้ความรุนแรง ซึ่งพวกเขามองว่าเงิน 1 ล้านบาท ไม่มีค่าสำหรับเขา เพราะว่าพี่น้องประชาชนมีอาชีพสุจริต มีรายได้ และมีงานทำกับโครงการของรัฐบาล จึงทำให้มีความมั่นคั่งและยั่งยืน อาทิ มีโครงการเลี้ยงไก่เบตง เลี้ยงปลากือเลาะ และเลี้ยงกบภูเขา เป็นต้น ถือเป็นโครงการที่ดีในการสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่ อย่างไรก็ตามถ้าประชาชนตั้งใจประกอบอาชีพ ตนเชื่อว่า 1 ปี ต้องมีรายได้มากกว่า 1 ล้านบาทแน่นอน
“ผมคิดว่าคนโง่อยู่ที่ปาก คนฉลาดอยู่ที่ใจ ซึ่งคนที่เขียนเรื่องนี้มาบ่งบอกอยู่แล้วว่า มีความคิดอย่างไร เงิน 1 ล้านบาทไม่ต้องมาทำอะไรผมหรอกครับ ไปขโมยนกเขา นกกรงหัวจุกเถอะ 2 ตัวก็ได้ 2 ล้านแล้ว ไม่ต้องเสี่ยงมาสังหารผม” พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าว
เมื่อถามว่า จากกรณีที่เกิดขึ้นจะเพิ่มมาตรรักษาความปลอดภัยให้ตนเองหรือไม่ แม่ทัพภาค 4 กล่าวว่า ตนทำงานตามปกติไม่มีอะไร ซึ่งเรื่องนี้ถ้ามองอีกมุมคิดว่าดีเสียอีกให้เขามาหาเรา เราจะได้ไม่ต้องไปหาเขา
เมื่อถามต่อว่า แล้วเชื่อมโยงกับโครงการพาคนกลับบ้านหรือไม่ พล.ท.ปิยวัฒน์ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับโครงการนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ในพื้นที่ เขาไม่ต้องการความรุนแรง แต่ต้องการความสงบ ซึ่งการนำโครงการต่างๆ ลงไปในพื้นที่ ทำให้เข้าถึงประชาชนในพื้นที่ได้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในช่วงการพัฒนา โดยใช้หลักมั่นคง มั่นคั่ง และยั่งยืน