สิ้นพระเกจิดังแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง ‘หลวงพ่ออั้น อภิปาโล’ หรือพระจี้กงแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง อดีตลูกน้องคู่ใจขุนพันธ์ มรณภาพด้วยโรคหลอดเลือดสมองใหญ่ตีบตัน สร้างความเศร้าโศกให้กับชาวอุทัยธานี
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 ก.ค. ที่วัดวัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค) ตำบลอุทัยใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี รถของโรงพยาบาลจังหวัดอุทัยธานี นำร่างของพระครูอุทัยธรรมสาร หรือหลวงพ่ออั้น อภิปาโล เจ้าอาวาสวัดธรรมโฆษก (วัดโรงโค) มาที่วัดเพื่อเตรียมทำพิธีรดน้ำศพในเวลา 16.00 น.ของวันนี้
โดยที่พระครูอุทัยธรรมสารหรือหลวงพ่ออั้น อภิปาโล ก่อนหน้านั้นได้รักษาโรคหลอดเลือดสมองใหญ่ตีบ และในช่วงเมื่อคืนวันที่ 20 ก.ค. ที่ผ่านมา ได้มรณภาพลงอย่างสงบในเวลา 04.30 น.เหล่าบรรดาญาติและลูกศิษย์ต่างมากราบสรีระสังขารของหลวงพ่ออั้นด้วยความโศกเศร้าและเสียใจ ที่เสียพระเกจิชื่อดังของจังหวัดอุทัยธานีไป ในอายุ 84 ปี 6 เดือน ซึ่งหลวงพ่ออั้นเป็นพระเกจิอาจารย์ผู้มีความเคร่งครัดในการปฏิบัติศาสนาธรรมและเมตตาบารมีธรรมสูง รู้จักในนามของพระเกจิอาจารย์เรืองวิทยาคม แก่กล้า และพลังจิตตานุภาพ สุดยอดพระเกจิพระเถราจารย์
ซึ่งชาวอุทัยธานีขนานนามท่าน “พระจี้กงแห่งลุ่มน้ำสะแกกรัง” หรือ “หลวงพ่ออั้นเทวดา” หรือ “เทวดาตาทิพย์” ผู้สำเร็จธาตุกสิณดิน น้ำ ลม ไฟ ตำรับหลวงปู่สุข วัดปากมะขามเฒ่า พระเถระอาจารย์ผู้บำเพ็ญทานมหาบารมีสืบสานมหาเวทย์ “พิรุณกำบัง” และ “เทพรัญจวน” สายหลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า เคยเป็นศิษย์ก้นกุฏิรับใช้ใต้รอยบาทพระอริยเจ้าเมืองเหนือครูบาศรีวิชัย ติดตามธุดงค์ไปทางภาคเหนือหลายปีและได้ปลุกเสกพระเครื่องรางของขลังไว้มากมาย โดยเหล่าบรรดาที่ชื่นชอบและสะสมต่างรู้จักกันอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ
หลวงพ่ออั้นเกิดในสกุล โพธิพิทักษ์ เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2476 ณ บ้านดอนฉนวน ต.ท่าฉนวน อ.มโนรมย์ จ.ชัยนาท ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา ในช่วงวัยเยาว์ จบการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่โรงเรียนท่าเรือนุกูล อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา และเมื่อปี พ.ศ.2492 พ.ต.ต.ตุ๊ วงศ์อุทัย ซึ่งเป็นลุง พาท่านไปสมัครเป็นตำรวจที่วังปารุสกวัน รับราชการได้ 4 ปี มีผลงานดีเด่น และได้เลื่อนยศเป็นร้อยตำรวจโทเป็นลูกน้องคู่ใจในการปราบเสือร้ายมามากมายกับขุนพันธ์รักษ์ ราชเดช ยอดมือปราบหนังเหนียว
ก่อนที่จะมาอุปสมบทในปี พ.ศ.2498 และในระหว่างบวชนั้น ลูกศิษย์นั้นเคารพรักและศรัทธาเป็นอย่างมาก ด้วยความเป็นพระที่มีอารมณ์แจ่มใส ยิ้มแย้ม และพูดจาไพเราะพร้อมอารมณ์ขัน ชาวบ้านเข้าถึงได้ทุกระดับ และมีกิจวัตรความเป็นผู้ดั่งเช่นพระสงฆ์ทั่วไป
ซึ่งนอกจากกิจนิมนต์ในจังหวัดอุทัยธานีแล้ว ยังเข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษกที่จังหวัดภาคใต้ วัดสุทัศนเทพวราราม, วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดระฆังโฆสิตาราม เป็นประจำ ทั้งยังเล็งเห็นว่าการแพทย์พื้นบ้านเป็นระบบแพทย์พื้นฐาน สามารถแก้ปัญหาความเจ็บป่วยตามวิถีชีวิตและความเชื่อตามวัฒนธรรม และระบบนิเวศของแต่ละท้องถิ่น จึงจัดตั้งศูนย์การแพทย์แผนไทยขึ้นที่วัดโรงโคแห่งนี้ เพื่อนวดรักษาโรคต่างๆ และการจากไปของ หลวงพ่ออั้นนั้นคนทั้งประเทศต้องเสียใจ โดยเฉพาะชาวจังหวัดอุทัยธานีทั้งจังหวัด ที่ให้ความเคารพและนับถือพระเกจิท่านนี้มาก


