จากกรณีที่นางวนิดา เกตุเส้ง อายุ 52 ปี ชาว อ.นาทวี จ.สงขลา เดินทางเข้าพบ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรม หลัง น.ส.ชุติกาญจน์ เกตุเส้ง อายุ 35 ปี ลูกสาวและเป็นภรรยาของดาบตำรวจนายหนึ่ง ประจำอยู่ สภ.กะพ้อ จ.ปัตตานี ได้ผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพัก เมื่อวันที่ 2 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่พบว่าตามร่างกายมีรอบฟกช้ำ และซี่โครงร้าว ประกอบมักมีปากเสียงกันเป็นประจำ จึงไม่เชื่อว่าลูกสาวจะผูกคอตัวเอง และคดีน่าจะมีเงื่อนงำ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าวันที่ 4 ส.ค. ที่ บก.ภ.จว.ปัตตานี นางปวีณา หงสกุล พร้อมนางวนิดา และญาติๆ ผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบก.ภ.จว.ปัตตานี และพ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ กะพ้อ ให้การต้อนรับและร่วมชี้แจงถึงการดำเนินการสืบสวนสอบสวนในคดีนี้เพื่อหาความกระจ่าง
นางวนิดา กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าลูกสาวจะผูกคอตายแต่เชื่อว่าสามีของลูกสาวที่เป็นตำรวจยศดาบตำรวจ สังกัด สภ.กะพ้อ ที่คบหาอยู่กินกันมานานกว่า 6 ปี เป็นคนลงมือทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต และอำพรางด้วยการนำไปผูกคอภายในห้องพักแฟลตตำรวจให้ดูเหมือนจงใจฆ่าตัวตาย แต่ผลการชันสูตรศพจากนิติเวช มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่กลับพบว่ามีร่องรอยการถูกทำร้ายที่แขนขาเป็นแผลฟกช้ำรวมถึงที่บริเวณซี่โครงส่วนร่องรอยที่คอคาดว่าถูกกระทำภายหลัง จึงมั่นใจว่าลูกสาวไม่ได้ฆ่าตัวตายอย่างแน่นอน และก่อนหน้านี้ทราบว่าลูกสาวอยู่กินกับสามีมักมีปัญหาถูกทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง วันนี้ได้นำหลักฐานเป็นกระเป๋าเป้สีดำบรรจุถุงมือ เป็นของตำรวจมามอบให้ด้วย
นางปวีณา เปิดเผยว่า ได้ติดต่อไปยัง ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เพื่อให้รับทราบเหตุที่เกิดขึ้น และพามารดาของผู้ตายไปแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ขณะเดียวกันทางตำรวจในพื้นที่ได้ลงบันทึกประจำวันเพื่อตรวจสอบการเสียชีวิตไว้แล้วก่อนหน้านี้ เนื่องจากครอบครัวติดใจในการเสียชีวิต จึงขอฝากทางผู้บังคับการช่วยเร่งสอบสวนหาข้อเท็จจริงให้ได้โดยเร็วที่สุด และให้ความเป็นธรรมให้มากที่สุด
โดยทั้งหมดทุกฝ่ายได้เข้าร่วมชี้แจงและมีการนำสำนวนบางส่วนมาอ่านเปิดเผยภายในห้องประชุมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ระหว่างการอ่านสำนวนการชันสูจน์นั้น นางวนิดาร่ำให้ด้วยความเสียใจ ซึ่งทางแม่และญาติได้แจ้งร้องถึงข้อสงสัยหลายๆ สาเหตุ เช่น 1.รอยฟกช้ำมีบาดแผลที่แขน ขา และลำตัว พยานแวดล้อมที่เกิดเหตุ ที่บันไดบ้านไม่มีความสูงพอที่จะเป็นสาเหตุการตายได้ และรอยช้ำที่คอ ไม่ใช่ลักษณะการผูกคอตาย และพบกระเป๋าเป้ต้องสงสัยภายในมีถุงมือ ทุกคนเชื่อว่าสาเหตุการตายที่แท้จริงน่าจะถูกทำร้าย และถูกทำเป็นฆาตกรรมอำพราง อีกทั้งในวันงานศพสามีของผู้ตาย ก็ไม่ได้มาในงานศพด้วย
ขณะเดียวกัน นพ.สุภกิต เกตุเส้ง น้องชายของผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นทันตแพทย์อยู่ที่ ร.พ.ปะเหลียน กล่าวว่า มีข้อสังเกตหลายอย่างที่ทำให้ดูมีเงื่อนงำ เช่นผ้าที่ใช้ผูกคอ พบว่าที่เกิดเหตุพี่สาวผูกคอตายที่ใต้บันได และพบรอยฟกช้ำตามแขน ขา และที่ซี่โครงร้าว 2 ซี่ อีกทั้งในวันงานศพของพี่สาว ทำไมสามีของพี่สาวจึงไม่มาร่วมในงานศพ นอกจากนี้ยังพบกระเป๋าเป้ต้องสงสัยตกอยู่ที่บ้านซึ่งเป็นของตำรวจ วันนี้จึงได้นำมาให้เจ้าหน้าที่ได้พิสูจน์เพิ่มเติมด้วย
ด้าน พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุก็ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ประยงค์ ในฐานะ ผกก.สภ.กะพ้อ เร่งทำการสืบสวนสอบสวนการเสียชีวิตเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ตนเข้าใจหัวอกคนเป็นพ่อแม่ แต่คดีก็ต้องขอการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคล พยานแวดล้อม โดยเฉพาะผลการชันสูตรของแพทย์ซึ่งสำคัญที่สุด ส่วนที่ญาติสงสัยถึงการตายในวันเกิดเหตุนั้น ทาง ผกก.รายงานว่า หลังจากได้ช่วยนำร่างผู้ตายลงมาก็รีบพาไปส่ง รพ.กะพ้อ เพื่อให้แพทย์ช่วยชีวิตโดยการปั๊มหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยไว้ได้ จากนั้นจึงรีบนำศพไปชันสูตรที่ รพ.มอ.หาดใหญ่ ตามที่ญาติร้องขอ ตนยอมรับว่าคดีนี้ทำอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้หายข้อสงสัยกับทุกฝ่าย
สำหรับสาเหตุและต้นเหตุที่ทำให้เกิดการเสียชีวิตของ น.ส.ชุติกาญจน์ นั้น ตนได้มีการสอบสวนในเบื้องต้นทราบว่า ผู้ตายกับ ด.ต.ชนะทัช อยู่กินกันมาหลายปี โดยที่ผู้ตายรู้ว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว และฝ่ายภรรยาก็รู้ว่า ผู้ตายอยู่กินกับ ด.ต.ชนะทัช ทำให้ระยะหลังทั้งสองมีปากเสียงกระทบกระทั่งบ่อยครั้ง ทำให้ชีวิตคู่ไม่ค่อยราบรื่น จนกระทั่งวันเกิดเหตุซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นชนวนเหตุของการตาย เนื่องจากผู้ตายได้ส่งข้อความไลน์ไปถึงภรรยาของ ด.ต.ชนะทัช ทำให้ ด.ต.ชนะทัช เกิดความไม่พอใจทำให้ทั้งสองมีปากเสียงกันรุนแรงจนกระทบกระทั่งกัน ด.ต.ชนะทัช จึงได้เดินออกจากบ้านไปนั่งอยู่ที่โรงพัก เวลาผ่านไปกว่า 1 ชั่วโมง ด.ต.ชนะทัช จึงเดินกลับบ้านปรากฏว่าเมื่อเปิดประตูก็เห็นผู้ตายผูกคอตาย จึงรีบตะโกนเรียกตำรวจมาช่วยกันนำร่างลงมาแล้วรีบส่งไป รพ.กะพ้อ แต่ก็ช่วยชีวิตไม่ทัน
พล.ต.ต.ปิยะวัฒน์ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ไม่รับแจ้งความในวันเกิดเหตุนั้น เพราะเป็นการตายผิดธรรมชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วพนักงานสอบสวนก็ต้องรับคดีอยู่แล้วแต่ก็ต้องรอผลชันสูตรจากทาง รพ. แต่เมื่อทางญาติมีข้อสงสัยและไม่มั่นใจว่าลูกสาวเสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำนั้นก็สามารถแจ้งความให้มีการสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงได้ซึ่งตนก็ถือว่าเป็นการดีที่สุด สำหรับกระเป๋าที่ทางญาติเก็บไว้และสงสัยว่าจะหลักฐานที่อาจจะโยงถึงการตายของ น.ส.ชุติกาญจน์นั้น ตนจะนำไปตรวจพิสูจน์และเป็นวัตถุพยานเพิ่มเติม สำหรับ ด.ต.ชนะทัช ตนได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยแล้วเพื่อหาข้อเท็จจริงแล้ว ในเรื่องนี้แล้ว ขอให้ทางญาติและประชาชนมั่นใจในกระบวนการทางกฎหมายและจะให้ความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่ายถ้าผิดก็ว่าไปตามผิดไม่มีข้อยกเว้นแม้จะเป็นตำรวจก็ตาม