เมื่อวันที่ 8 ส.ค. ที่บ้านกรุงกรัก หมู่ที่ 2 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ชาวนาเร่งเกี่ยวข้าวในท้องที่ที่ถูกน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร หลังแม่น้ำยมล้นตลิ่งไหลทะลักพังคันดินที่กั้นเข้าท่วมแปลงนาข้าวเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะนาข้าวของ นางทองคำ เรืองนามกิจ บริเวณจากถนนถึงนาข้าว 23 ไร่ เต็มไปด้วยผืนน้ำกว้างท่วมต้นข้าว อายุ 110 วัน ที่ออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว จึงต้องเร่งเก็บเกี่ยวนาข้าวอีก 7 ไร่ ที่รวงข้าวพ้นน้ำ 1 คืบเพื่อนำขึ้นมาตากแห้ง
โดยมีร.อ.ภูมิพัฒน์ คิรีรัตน์ฟักแก้ว หน.ชุดปฏิบัติการมวลชนอำเภอบางระกำ นำกำลังพลทหารมณฑลทหารบกที่ 39 พิษณุโลก เข้าช่วยเก็บเกี่ยว พร้อมเปิดเผยว่า ในพื้นที่อำเภอบางระกำ มีฝั่งขวาของแม่น้ำยมทั้งเขต ต.คุยม่วง ต.ชุมแสงสงคราม และ ต.ท่านางงาม ถูกน้ำท่วมข้าวเสียหายจำนวนมาก ขณะนี้หลายรายก็เร่งเก็บเกี่ยวข้าว บางรายน้ำก็ท่วมมิดรวงข้าวไม่สามารถเก็บเกี่ยวได้ ตนมาสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมพบนางทองคำ ได้ร้องขอให้ส่งกำลังมาช่วยเหลือเกี่ยวข้าวที่ยังเหลืออีก 7 ไร่ก็จะช่วยกันเต็มที่ สร้างกำลังใจให้กันและกัน
“สำหรับแปลงนาของนางทองคำนั้น อยู่ติดกับแม่น้ำยมนาข้าวจึงเต็มไปด้วยผืนน้ำกว้าง ทหารต้องใช้เรือพายลงไปเกี่ยวข้าว และขนใส่เรือขึ้นมานำข้าวมาตากไว้ริมถนน บรรยากาศการเกี่ยวข้าววันนี้กำลังพลต่างบอกว่าช่วยกันเต็มที่ ทุกคนไม่เคยเกี่ยวข้าวมาก่อน เกี่ยวข้าวครั้งแรกก็มาเกี่ยวข้าวที่ถูกน้ำท่วมสูง 1 เมตรเลย”ร.อ.ภูมิพัฒน์ ระบุ
ขณะที่นางทองคำ กล่าวว่า ปลูกข้าวไว้ 23 ไร่ เป็นข้าวอายุ 110 วัน ขณะนี้ออกรวงพร้อมเก็บเกี่ยวแล้ว แต่น้ำจากแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่งเข้ามาท่วมแปลงนาทั้งหมด แต่ยังมีนาข้าวที่พ้นน้ำอยู่อีกประมาณ 7 ไร่ แต่ก็ถูกน้ำท่วมสูง 1 เมตร รวงข้าวพ้นจากน้ำมาประมาณ 1 คืบ จึงได้ร้องขอเจ้าหน้าที่ทหารมาช่วยกันเกี่ยวข้าวในวันนี้จะนำขึ้นมาตากแห้งขายได้ตันละ 3,000 -5000 บาทก็ยังดี ได้ค่าปุ๋ย ค่ายา ที่ลงทุนไป ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย เพราะเกรงว่าถ้าปล่อยไว้อาจจะถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด โดยข้าวเขียวจะขายได้ราคาต่ำมาก ราคาตันละ 3,000-4,000 บาทเท่านั้น

